- 01 ก.ย. 2569
เคยสังเกตเล็บตัวเองบ้างไหมว่ามี "รอยขีด" แปลกปลอมปรากฏขึ้นหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นเส้นสีขาว ขีดสีดำ หรือรอยบุ๋มตามยาว หลายคนมักมองข้ามและคิดว่าเป็นเพียงแค่ผลกระทบจากการชนหรือการทำเล็บ แต่ในทางแพทย์ผิวหนัง รอยขีดเหล่านี้เปรียบเสมือน "หน้าต่างบอกสุขภาพ"
เล็บมือและเล็บเท้าเป็นส่วนที่สะท้อนระบบการทำงานภายในร่างกายได้ดีที่สุดอย่างหนึ่ง หากวันใดที่สังเกตเห็นรอยขีดขึ้นบนแผ่นเล็บ ลองมาเช็กกันดูว่าลักษณะรอยขีดที่คุณเป็นนั้น กำลังบอกอะไรกับสุขภาพของคุณบ้าง:
1. รอยขีดสีดำหรือสีน้ำตาลตามยาว (Longitudinal Melanonychia) ถือเป็นลักษณะที่ต้องระวังมากที่สุด หากพบเป็นเส้นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มลากยาวจากโคนเล็บไปจนถึงปลายเล็บ อาจเกิดจากการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ ซึ่งสาเหตุทั่วไปอาจมาจากบาดแผล การติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงจากยา แต่หากเส้นนั้นมีสีเข้มขึ้น ขอบเขตไม่ชัดเจน หรือขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของ มะเร็งไฝดำใต้เล็บ (Subungual Melanoma) ซึ่งควรรีบพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจอย่างละเอียดทันที
2. รอยขีดสีขาวตามแนวขวาง (Beau's Lines / Mees' Lines) รอยขีดหรือรอยบุ๋มเป็นเส้น横ตามแนวขวางของเล็บ มักเกิดขึ้นเมื่อการเจริญเติบโตของเล็บหยุดชะงักลงชั่วคราว สาเหตุหลักอาจเกิดจากการเจ็บป่วยรุนแรงในอดีต เช่น มีไข้สูง ร่างกายเผชิญความเครียดอย่างหนัก ภาวะขาดสารอาหารจำพวกซิงค์ (สังกะสี) หรือโปรตีน รวมไปถึงผู้ที่เคยได้รับสารพิษหรือยาเคมีบำบัด
3. รอยขีดเป็นเส้นนูนตามยาว (Vertical Ridges) หากพบเป็นเส้นนูนขนานตามยาวของเล็บ คล้ายคลื่นเล็กๆ สัมผัสแล้วรู้สึกไม่เรียบเนียน กรณีนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องธรรมชาติที่พบได้บ่อยตามอายุที่เพิ่มขึ้น (การเสื่อมตามวัย) หรือเกิดจากภาวะผิวแห้ง ร่างกายขาดความชุ่มชื้น แต่หากมีอาการเล็บเปราะเปราะหักง่ายร่วมด้วย อาจบ่งบอกถึงภาวะขาดวิตามิน หรือโรคภูมิแพ้ผิวหนังบางชนิด
4. รอยขีดสีแดงหรือสีน้ำตาลคล้ายเศษไม้แทง (Splinter Hemorrhages) ลักษณะเป็นเส้นขีดเล็กๆ สีแดงเข้มหรือสีน้ำตาลสั้นๆ อยู่ใต้แผ่นเล็บ เกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้เล็บแตก ซึ่งอาจเกิดจากการอุบัติเหตุโดนของแข็งกระแทกเบาๆ แต่หากเกิดขึ้นหลายๆ เล็บพร้อมกันโดยไม่ได้โดนกระแทก อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดอักเสบ หรือภาวะการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ (Infective Endocarditis)
รอยขีดบนเล็บไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่แค่ปัญหาด้านความงาม หากสังเกตเห็นความผิดปกติ โดยเฉพาะเส้นสีดำที่เข้มขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการเจ็บ บวม เล็บผิดรูป ร่วมด้วย การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ คือทางออกที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคร้ายก่อนจะสายเกินไป
