- 01 ก.ย. 2569
บุกทลายโกดังย่านอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับการ์ดความจำเถื่อน เสียบปุ๊บไวรัสกินปั๊บ! หลอกโชว์ความจุเกินจริง ทำข้อมูลลูกค้าพังยับ
กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิ์ เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าไม่ติดเลขที่ ในพื้นที่ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตรวจยึดของกลางเป็น การ์ดหน่วยความจำปลอมเครื่องหมายการค้าของ oppo, sandisk, HP, Xiaomi, Kingston และ FNK vision ในความผิดฐาน "มีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้า ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร"
พฤติการณ์ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าได้รับความเสียหายจากการสั่งซื้อสินค้าประเภทการ์ดหน่วยความจำและแฟลชไดรฟ์ผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อนำมาใช้งานพบว่าไม่สามารถใช้งานได้ หรือหน่วยความจำไม่เต็มจำนวน และบางรายพบอาการผิดปกติคล้ายการติดไวรัส ทำให้ข้อมูลภายในระบบเสียหายอย่างหนัก จากการประสานงานร่วมกับบริษัทผู้ผลิตเจ้าของแบรนด์แท้เพื่อตรวจสอบ พบว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและปลอมเครื่องหมายการค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ามีการใช้โกดังปิดในพื้นที่ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นสถานที่กักเก็บสินค้าเพื่อเตรียมจำหน่าย
ตรวจยึดของกลาง
1.การ์ดหน่วยความจำ ปลอมเครื่องหมายการค้าของ oppo จำนวน 390 ชิ้น
2.การ์ดหน่วยความจำ ปลอมเครื่องหมายการค้าของ sandisk จำนวน 8,745 ชิ้น
3.การ์ดหน่วยความจำ ปลอมเครื่องหมายการค้าของ HP จำนวน 325 ชิ้น
4.การ์ดหน่วยความจำ ปลอมเครื่องหมายการค้าของ Xiaomi จำนวน 3,675 ชิ้น
5.การ์ดหน่วยความจำ ปลอมเครื่องหมายการค้าของ Kingston จำนวน 2,870 ชิ้น
6.การ์ดหน่วยความจำ ปลอมเครื่องหมายการค้าของ FNK vision จำนวน 240 ชิ้น
รวมของกลาง 6 รายการ จำนวน 16,245 ชิ้น
จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลเข้าตรวจสอบ พบเป็นโกดังแฝดที่เชื่อมถึงกัน มีการอำพรางประตูทางเข้าให้ดูเหมือนโกดังร้าง ภายในพบพนักงานชาวไทยกำลังแพ็คสินค้า และมีการนำกล่องพัสดุมาพันด้วยฟิล์มยืดสีดำรอบกองเพื่อให้ดูคล้ายกองขยะที่ไม่ใช้แล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบภายในพัสดุพบการ์ดหน่วยความจำและแฟลชไดรฟ์ปลอมเครื่องหมายการค้าจำนวนกว่า 16,245 ชิ้น
เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นพยานหลักฐาน เบื้องต้นผู้ต้องหาซึ่งเป็นพนักงานดูแลโกดังให้การว่า เจ้าของหรือผู้ดูแลกิจการเป็นนายทุนชาวต่างชาติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนต่อไป
