- 02 ก.ย. 2569
ฝ่ายปกครองและตำรวจศรีมหาโพธิลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังพบรถบรรทุกนำเศษยางรถยนต์ สายพาน และสายไฟเก่ามาเทกองในพื้นที่ ต.บ้านทาม จ.ปราจีนบุรี
ชาวบ้าน หมู่ 2ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ ผวานอนไม่หลับ! หลังเจอกองขยะอุตสาหกรรมสีดำมหึมากองพะเนินเทินทึก ทั้งเศษยางรถยนต์ สายพาน และสายไฟเก่า แอบซุกในชุมชน หวั่นฝนตกชะสารพิษทะลักลงแม่น้ำปราจีนบุรี ฝ่ายปกครองผนึกกำลังตำรวจศรีมหาโพธิลุยจับยึดรถสิบล้อคาหนังคาเขา พร้อมเค้นสอบนายทุนไร้สำนึก 2 วันรวด ล่าสุดสั่งฟันกฎหมายสาธารณสุข-ควบคุมอาคาร ไล่ขนกลับต้นทางด่วน
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี สืบเนื่องจากคืนวานนี้ (31 สิงหาคม 2569 ) น.ส.จุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ ได้รับแจ้งเหตุด่วนจากกำนันตำบลบ้านทาม จึงสั่งการให้ฝ่ายปกครอง อบต.บ้านทาม และ พ.ต.อ.โสภณ พราหมณี ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิ นำกำลังเข้าบุกยึดรถบรรทุกสิบล้อขณะกำลังแอบนำขยะอุตสาหกรรมเข้ามาเทกอง หมู่ 2ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ จากการลงพื้นที่ตรวจย้ำอย่างละเอียด
ในวันที่ 1 กันยายน 2569 ลงตรวจสอบต่อเนื่องพบยอดขยะพิษพุ่งสูงเทียบเท่ารถบรรทุกพ่วงถึง 3 คัน กองทับทิมเต็มลานคอนกรีตเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ในพื้นที่ทั้งหมด 7 ไร่
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ขยะยางชำรุดลอตนี้ถูกลักลอบขนมาจาก อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เพื่อนำไปส่งโรงงานรีไซเคิลสกัดน้ำมันใน อ.กบินทร์บุรี แต่ปลายทางปฏิเสธไม่รับของ จึงย้อนนำมาเทกองพักไว้ในที่ดินของหญิงไทยที่มีสามีเป็นชาวจีน โดยใช้อุบายตบตาบังหน้าว่าสร้างบ้านพักอาศัย แต่สภาพจริงกลับคล้ายโกดังโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
ด้าน พ.ต.อ.โสภณ ระบุว่า ได้ยึดรถบรรทุกไว้ตรวจสอบและประสานอุตสาหกรรมจังหวัดส่งตัวอย่างไปพิสูจน์ หากพบเข้าข่ายวัตถุอันตราย จะแจ้งข้อหาหนักตาม พ.ร.บ.โรงงาน เพิ่มเติมทันที
ชาวบ้านในพื้นที่ต่างตกอยู่ในอาการขวัญผวา นายธนพร (สงวนนามสกุล) ชาวบ้าน ต.บ้านทาม เปิดเผยด้วยความกังวลใจว่า จุดที่นำขยะมาทิ้งอยู่ห่างจากแม่น้ำปราจีนบุรีเพียง 500 เมตร หากเกิดฝนตกหนัก สารเคมีพิษจะถูกชะล้างลงคลองเกษตรกรรมและทะลักลงแม่น้ำสายหลักทันที
ขณะที่ นายสุนทร คมคาย ตัวแทนกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ออกมาซัดเดือด เรียกร้องให้ภาครัฐปราบปรามขบวนการลักลอบทิ้งขยะพิษอย่างเด็ดขาด อย่าปล่อยให้ปราจีนบุรีกลายเป็น ถังขยะอุตสาหกรรม ของภาคตะวันออก ทั้งที่ตั้งเป้าเป็นเมืองรองรับการเติบโตใกล้เขต EEC แต่กลับปล่อยให้นายทุนมักง่ายนำขยะมาทิ้งซ้ำซากโดยไร้มาตรการป้องกันที่พึ่งพาได้จริง
