- 03 ก.ย. 2569
ภัยเงียบยานรกสายพันธุ์ใหม่ระบาดหนักกลางเมือง! เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นและควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัย รายสำคัญที่แอบลักลอบจำหน่ายยาเสพติด
พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2, พ.ต.ท.ชนันท์ธัช แก้วทอง รอง ผกก.สส.บก.น.2, พ.ต.ท.ปฏิญญา มณีโชติ, พ.ต.ท.ชัยวิรัตน์ ชาติสันติกุล และ พ.ต.ต.ธนภัทร กำลังแรง สว.กก.สส.บก.น.2 พร้อมกำลังเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.บก.น.2
สืบเนื่องจากสืบนครบาล 2 ได้ทำการสืบสวนและเฝ้าติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและพอตซอมบี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กระทั่งสืบทราบถึงเครือข่ายที่เรียกกันในทางการสืบสวนว่า “แก๊งเทเลทับบี้”เนื่องจากใช้ซองบรรจุภัณฑ์เป็นตราสัญลักษณ์ของตัวการ์ตูนเทเลทับบี้
จากการเฝ้าติดตามพบว่า กลุ่มดังกล่าวมีพฤติการณ์ใช้รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว เป็นเสมือน “โกดังเคลื่อนที่” ภายในรถซุกซ่อนหัวพอตซอมบี้ ตลอดจนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไว้เป็นจำนวนมาก ก่อนนำรถออกตระเวนจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าตามคำสั่งซื้อในพื้นที่ถนนอิสรภาพ–ถนนอรุณอัมรินทร์ และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่ออำพรางและหลีกเลี่ยงการตรวจพบ กลุ่มดังกล่าวจะสลับนำรถเข้าไปจอดตามซอยข้างวัดหงส์และบริเวณลานวัดทอง เปลี่ยนจุดไปมา โดยใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดพักรถและเก็บสินค้า รอรับคำสั่งก่อนนำรถออกไป “ปล่อยของ” ตามออเดอร์
จากการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงว่า กลุ่มดังกล่าวใช้บ้านพักแห่งหนึ่งบริเวณข้างวัดหงส์เป็นสถานที่สำหรับผลิตหัวพอตซอมบี้ โดยมีการเคลื่อนย้ายทั้งอุปกรณ์ วัตถุดิบ และสินค้าระหว่างรถยนต์กับสถานที่ผลิต
เมื่อพยานหลักฐานและตรวจสอบพฤติการณ์จนมีความชัดเจนเพียงพอ จึงวางแผนเข้าจับกุม โดยกระจายกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณโดยรอบลานวัดทอง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่รถยนต์เป้าหมายถูกนำมาจอดเป็นประจำกระทั่ง “อ้วน เทเลทับบี้” เดินเข้ามายังรถยนต์เป้าหมายและเปิดรถเตรียมนำออกไป สืบนครบาล 2
จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวไว้ได้โดยละม่อม
จากการตรวจค้นตัวและสิ่งของที่อยู่ในความครอบครอง พบยาไอซ์พร้อมอุปกรณ์การเสพ รวมถึงพอตเคที่ผู้ถูกจับระบุว่าเก็บไว้สำหรับเสพเอง
จากการสอบผู้ถูกจับให้ข้อมูลว่า ตนมีพฤติการณ์เสพทั้งยาไอซ์และพอตเค โดยจะใช้สลับกัน และในบางครั้งภายหลังเสพยาไอซ์แล้วจะสูบพอตเคตาม
เมื่อตรวจค้นภายในรถยนต์ พบหัวพอตซอมบี้กว่า 1,000 หัว พร้อมอุปกรณ์ วัตถุดิบ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพอตซอมบี้อีกจำนวนมาก เจ้าพนักงานตำรวจจึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
ไม่ใช่แค่ “เด็กส่งของ” - “อ้วน เทเลทับบี้” ทั้งผลิต เก็บของ และวิ่งส่ง เผยสูตรลับเพิ่มกำไรของแก๊ง
ขยายผลทันทีหลังจับกุม โดยจากการสอบและแนวทางการสืบสวนพบว่า “อ้วน เทเลทับบี้” ไม่ได้มีหน้าที่เพียงนำสินค้าไปจัดส่งให้แก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอนของขบวนการ ทั้งการผลิตหัวพอต การจัดเก็บสินค้า การเคลื่อนย้าย ตลอดจนการนำพอตซอมบี้ไปส่งตามออเดอร์ของลูกค้าจึงนับเป็นบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงทั้ง “สายผลิต” และ “สายโลจิสติกส์” ของแก๊ง และนำไปสู่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและบุคคลที่เกี่ยวข้องในระดับที่สูงขึ้น นอกจากนี้ จากการสอบผู้ถูกจับยังให้ข้อมูลถึงวิธีการที่ใช้ภายในกลุ่มว่า น้ำยาพอตเคที่มีสารเอโทมิเดตซึ่งผ่านการปรุงและเตรียมมาแล้ว จะถูกนำมาผสมเพิ่มเติมกับ PG (Propylene Glycol) และ VG (Vegetable Glycerin/Glycerol) เพื่อเพิ่มปริมาณ เพิ่มกำไร ก่อนนำไปใช้ในกระบวนการบรรจุและประกอบเป็นหัวพอตสำหรับจำหน่ายต่อไป
ข้อมูลดังกล่าวทำให้สืบนครบาล 2 สามารถเชื่อมโยงไปยังบ้านพักแห่งหนึ่งบริเวณข้างวัดหงส์ ซึ่งตรงกับข้อมูลการสืบสวนก่อนหน้านี้ เป็นเหตุอันควรเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้ลักลอบผลิตพอตซอมบี้ จึงทำการขยายผลเข้าปิดล้อมตรวจสอบในคืนเดียวกัน
จากการตรวจสอบภายในสถานที่ดังกล่าว พบอุปกรณ์ วัตถุดิบ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพอตซอมบี้เป็นจำนวนมาก รวมถึงหัวพอตที่อยู่ในสภาพพร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกเกือบ 30,000 ชิ้น
เจ้าพนักงานตำรวจจึงทำการตรวจยึดสิ่งของทั้งหมดไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และใช้ประกอบการสืบสวนขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย ดังกล่าวต่อไป
เบื้องต้นเจ้าพนักงานตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา นายณัฐิวุฒิ หรือ “อ้วน เทเลทับบี้” 4 ข้อหา ได้แก่
1.“ผลิตและจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เอโทมิเดต หรือพอตเค) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า”
2.“ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง”
3.“มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”
4.“เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
จากนั้นนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางกอกน้อย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าขยายผลติดตามบุคคลที่หลบหนีและผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป
