- 04 ก.ย. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง รวบสาวลวงรักสลับร่าง ใช้รูปคนอื่นหลอกลวงผู้เสียหายเป็นหนุ่มเจ้าของธุรกิจ สูญเงินกว่า 7 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่บุกจับกุม น.ส.พัชรี ฯ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” และหมายจับศาลอาญา ที่ 4875 /2569 ลง 20 สิงหาคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชังหรือได้รับความอับอาย” โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณ กม.18 ทล.366 ต.โพธิ์ตลาดแก้ว อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
- พฤติการณ์
ผู้เสียหายใช้นามสมมุติว่า “คุณเปา” หนุ่มเจ้าของธุรกิจ ถูกหญิงที่ใช้ชื่อว่า “แอล” ติดต่อพูดคุยผ่านไลน์ตั้งแต่ปี 2563 โดยใช้ภาพหญิงสาวหน้าตาดีเป็นโปรไฟล์ จนเกิดความสนิทสนมและพัฒนาความสัมพันธ์เชิงคนรัก ต่อมา “แอล” แนะนำหญิงชื่อ “โอ้” อ้างว่าเป็นพี่สาว และขอให้คุณเปาช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ
ก่อนที่ “แอล” จะเริ่มขอเงิน โดยอ้างเหตุผลเกี่ยวกับ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และเรื่องมรดก พร้อมอ้างว่าจะนำเงินมาคืนเมื่อได้รับมรดกคุณเปาให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องนานกว่า 4–5 ปี จนสูญเงินกว่า 7 ล้านบาท และต้องขายทรัพย์สินบางส่วนเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย
จุดเริ่มต้นของ “สลับร่าง”ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2569 ขณะเดินทางไปเขาใหญ่ คุณเปาเริ่มสงสัยพฤติกรรมของ “แอล” จึงแอบบันทึกเสียงการสนทนาไว้ เมื่อนำกลับมาตรวจสอบพบว่า เสียงของ “แอล” ตรงกับเสียงของ “โอ้” ทำให้สงสัยว่าทั้งสองอาจเป็นบุคคลเดียวกัน คุณเปาจึงติดต่อไปว่าทราบความจริงทั้งหมดแล้ว และต่อว่าอีกฝ่าย โดยได้รับคำตอบว่าจะเข้ามอบตัวและยอมรับผิด แต่หลังจากนั้นกลับไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงได้เดินทางไปแจ้งความจนนำไปสู่การออกหมายจับดังกล่าว
ต่อมา เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมี น.ส.พัชรี ซึ่งมีหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เดินทางมาบริเวณ ต.โพธิ์ตลาดแก้ว อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงออกตรวจเฝ้าสังเกตการณ์
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้พบหญิงไทยไม่ทราบชื่อ ซึ่งมีรูปร่างลักษณะตรงตามกับที่ได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแสดงตัวเพื่อตรวจสอบบุคคลดังกล่าว ทราบชื่อ น.ส.พัชรี ฯ ซึ่งตรงกับหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ดังกล่าว จากการสอบถาม น.ส.พัชรี ฯยอมรับว่าตนเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และยังไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ์ให้ผู้ถูกจับทราบและเข้าใจดีแล้ว ซึ่งผู้ถูกจับรับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ถูกจับข้างต้นแล้วให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและไม่ประสงค์แจ้งให้ผู้อื่นทราบถึงการควบคุมตัวครั้งนี้ หลังจากนั้นจึงได้นำตัวผู้ถูกจับส่ง สน.ยานนาวา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
