จากเพื่อนรักสู่โศกนาฏกรรม! ปัญหาเงินลุกลาม กลางตลาดโต้รุ่ง

เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางตลาดโต้รุ่งวงเวียนสระแก้ว จ.ลพบุรี ชายวัย 64 ปี ก่อเหตุลั่นไกเพื่อนเก่าเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยววัย 62 ปี เสียชีวิต

เมื่อเวลา 21.27 น. วันที่ 3 กันยายน 2569 ร.ต.อ.เอกวิทย์ ทองทุ่ม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนภายในตลาดโต้รุ่งวงเวียนสระแก้ว อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูลพบุรี เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวเป็ด พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายเพ็ญภาค (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว โดยเจ้าหน้าที่พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กระจายอยู่บริเวณโดยรอบ จึงเก็บรวบรวมไว้ตรวจสอบ

ห่างจากจุดดังกล่าวประมาณ 10 เมตร บริเวณริมฟุตบาท เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นายกู้เกียรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี โดยพบอาวุธปืนอยู่ใกล้ตัว และพบอาวุธปืนอีกกระบอกพร้อมเครื่องกระสุนอยู่ที่ตัวผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์

จากการสอบถามนางพูนสุข (สงวนนามสกุล) ภรรยาของนายเพ็ญภาค เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุสามีนั่งอยู่บริเวณด้านหลังร้านและกำลังเล่นโทรศัพท์ ส่วนตนเองอยู่บริเวณหน้าร้าน ก่อนจะได้ยินเสียงปืน จึงหันไปเห็นนายกู้เกียรติกำลังก่อเหตุ จึงรีบอุ้มลูกวิ่งหนีออกจากบริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย

หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อเสียงปืนสงบลง จึงกลับเข้าไปตรวจสอบและพบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุได้เดินไปบริเวณข้างร้าน ก่อนพบว่าเสียชีวิตอยู่บริเวณริมฟุตบาท

นางพูนสุขเล่าต่อว่า สามีของตนกับนายกู้เกียรติเคยเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน แต่ภายหลังมีปัญหาเรื่องการยืมเงินจนเกิดความขัดแย้งและทะเลาะกัน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้ว หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดคุยกัน

อย่างไรก็ตาม ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา นายกู้เกียรติมักเดินวนเวียนอยู่บริเวณหน้าร้านวันละหลายครั้ง บางครั้งไปนั่งอยู่บริเวณร้านขายขนมข้างเคียง และในวันเกิดเหตุได้มานั่งอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นเวลานาน แต่ครอบครัวไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

จากเพื่อนรักสู่โศกนาฏกรรม! ปัญหาเงินลุกลาม กลางตลาดโต้รุ่ง

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ลพบุรี และแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลสมเด็จพระเทพฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน