- 04 ก.ย. 2569
อดีตเจ้าของที่ดินยันไม่ได้ขายให้ยิวทำสุสาน! แจงขายเปลี่ยนมือให้คนไทยไป 7 ปีแล้วไม่รู้เห็น แฉแว่วนายก อบต. ย่านแปดริ้วเป็นนายหน้า วอนจบเรื่อง
ฉะเชิงเทรา (4 กันยายน 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 4 กันยายน 2569 นายสันต์ อายุ 74 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และอดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เสม็ดใต้ ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ดินแปลงที่ตนเองเคยครอบครองและขายออกไปเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งกำลังตกเป็นประเด็นข่าวร้อนแรงและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในพื้นที่ หลังจากพบว่าที่ดินแปลงดังกล่าวถูกนำไปจัดสร้างเป็นสุสานฝังศพของชาวยิวอิสราเอล
โดย นายสันต์ ชี้แจงรายละเอียดว่า เดิมทีที่ดินแปลงเกิดเหตุ ตนได้กว้านซื้อต่อมาจากเจ้าของเดิมซึ่งเป็นชาวกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2548–2549 และถือครองเข้าทำประโยชน์เรื่อยมานานกว่า 14–15 ปี จนกระทั่งเมื่อประมาณ 6–7 ปีที่ผ่านมา ตนได้ตัดสินใจขายที่ดินแปลงนี้ให้กับคนในพื้นที่ หมู่ 3 ตำบลคลองขุด อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ตำบลติดต่อกัน ชื่อ "นายตี๋" (นายมีเดช) ซึ่งเป็นการซื้อขายระหว่างคนไทยด้วยกันอย่างถูกต้อง และหลังจากที่ตนขายให้ นายตี๋ ไปเรียบร้อยแล้ว นายตี๋ จะนำที่ดินไปขายต่อให้แก่ผู้ใดหรือบริษัทใดนั้น ตนไม่เคยรับทราบ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าเลยแม้แต่น้อยว่าในอุตสาหกรรมต่อมาจะถูกนำไปพัฒนาเป็นสุสานฝังศพ
นายสันต์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับเรื่องการก่อสร้างสุสานชาวยิวที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ตนเพิ่งมาทราบเรื่องในภายหลัง และเท่าที่ทราบ เรื่องดังกล่าวได้ข้อยุติและจบลงไปนานแล้ว เนื่องจากทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนนายอำเภอบางคล้า ได้มีคำสั่งระงับใบอนุญาตการก่อตั้งสุสานไปเป็นที่เรียบร้อย จนไม่สามารถดำเนินการสร้างสุสานต่อไปได้ แต่ตนรู้สึกมึนงงเป็นอย่างมากว่า เหตุใดจึงมีการนำประเด็นนี้กลับมารื้อฟื้นและเป็นข่าวครึกโครงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าในฐานะคนในพื้นที่ ตนก็ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกที่จะมีการนำที่ดินในชุมชนไปสร้างเป็นสุสานฝังศพ
นอกจากนี้ อดีตรองนายก อบต.เสม็ดใต้ ยังได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเคยได้ยินกระแสข่าวลือในพื้นที่ระบุว่า มีนักการเมืองท้องถิ่นระดับ นายก อบต. แห่งหนึ่ง ย่านสะพานรถไฟใกล้กับสี่แยกกองพลทหารราบที่ 11 (กป.11) ในพื้นที่ตัวเมืองแปดริ้ว เข้ามาทำหน้าที่เป็นนายหน้าเดินเรื่องในการซื้อขายที่ดินแปลงนี้ แต่นายหน้าคนดังกล่าวจะนำไปขายต่อให้ใครจนกระทั่งตกไปอยู่ในมือของบริษัทยิวตามที่เป็นข่าวสารในปัจจุบันนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัด จึงขอชี้แจงเพื่อความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวยิวแต่อย่างใด
