- 04 ก.ย. 2569
ผู้บริโภค ชนะคดี กระทะโคเรียคิง ต้องชดใช้ค่าเสียหายฐานโฆษณาเกินจริง รวมถึงดอกเบี้ยผิดนัดนับจากวันฟ้องคดี
ทางด้าน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยว่า ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ผู้บริโภคในฐานะโจทก์ชนะคดี โดยให้จำเลยที่จำหน่าย "กระทะโคเรียคิง" ต้องชดใช้ค่าเสียหายฐานโฆษณาเกินจริง รวมถึงดอกเบี้ยผิดนัดนับจากวันฟ้องคดี
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 69 นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาในคดีผู้บริโภคฟ้องร้องแบบกลุ่ม กรณี โฆษณาเกินจริงของ "กระทะโคเรีย คิง (Korea King)" ซึ่งเป็นคำพิพากษากลับ กรณีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น (ศาลแพ่ง) ที่เคยตัดสินยกฟ้องเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566
โดยศาลอุทธรณ์ตัดสินให้จำเลยที่เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่มผู้บริโภค ที่ซื้อกระทะโคเรียคิง ภายในวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ได้แก่ รุ่นไดมอนด์ (Diamond Series) ได้รับค่าชดเชย รายละ 2,500 บาท และ รุ่นโกลด์ (Gold Series) ได้รับค่าชดเชย รายละ 2,000 บาท
ทั้งนี้ เหตุผลหลักที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ผู้บริโภคชนะคดี เนื่องจากจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจากการโฆษณาเกินจริง โดยพิจารณาผลตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์จากหลายหน่วยงาน เช่น วิทยาศาสตร์บริการ, ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น พบว่า กระทะรุ่นโกลด์ มีการเคลือบผิวจริงเพียง 5 ชั้น และ รุ่นไดมอนด์ เคลือบผิวจริง 6 ชั้น ไม่เป็นไปตามคำโฆษณาของจำเลยที่อ้างว่าเคลือบหนาถึง 8 ชั้น การโฆษณานี้ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อและยอมซื้อในราคาสูงกว่ากระทะทั่วไป จึงถือเป็นฝ่ายผิดสัญญา
อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์ได้ยกเหตุผลกรณีไม่ให้คืนเงินเต็มจำนวนให้โจทก์ เนื่องจากผลการทดสอบพบว่ากระทะโคเรียคิง รุ่นที่ถูกฟ้องร้องยังสามารถใช้งานประกอบอาหารได้ตามปกติ ไม่พบการปนเปื้อนของสารอันตราย และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้ อีกทั้งโจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญากับจำเลยเพื่อกลับคืนสู่ฐานะเดิม จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินคืนค่ากระทะเต็มจำนวน แต่ศาลพิจารณา เห็นว่าผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการจ่ายเงินซื้อสินค้าในราคาที่แพงกว่ากระทะทั่วไป โดยไม่ได้รับคุณสมบัติพิเศษตามที่โฆษณา ศาลจึงกำหนดค่าเสียหายส่วนต่าง ให้ตามความเหมาะสม (รุ่นไดมอนด์ 2,500 บาท และ รุ่นโกลด์ 2,000 บาท)
ส่วนข้อเรียกร้องอื่น ๆ ของโจทก์ที่ศาลยกฟ้อง ได้แก่ ค่าเสียหายต่อร่างกาย , อนามัย , และจิตใจ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะชี้ว่าการใช้กระทะส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจของผู้บริโภค ส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ ศาลยกฟ้อง เนื่องจาก ถือว่าไม่ใช่ค่าเสียหายโดยตรงอันเกิดจากการผิดสัญญา ในส่วนค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ (Punitive Damages) ศาลยกฟ้อง เช่นกัน เนื่องจากพฤติการณ์ยังไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือ จงใจก่อความเสียหาย
ศาลอุทธรณ์ ยังมีคำพิพากษาให้จำเลยต้องจ่าย "ดอกเบี้ยผิดนัด" ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้น นับจากวันฟ้องตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2560 จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 จากนั้น ปรับลดเหลือร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นไปตามการแก้ไขกฎหมายใหม่เรื่องดอกเบี้ยผิดนัด
นอกจากนี้ จำเลยยังต้องชำระ "ค่าฤชาธรรมเนียม" ทั้ง2ศาล แทนโจทก์ ทั้ง5ราย โดยกำหนดค่าทนายความรวม10,000 บาท และเงินรางวัลทนายความสำหรับคดีกลุ่ม รวม 40,000 บาท
ไทม์ไลน์ยื่นฟ้องแพ่งกระทะโคเรียคิง
- 30 มิถุนายน 2560 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายนำเรื่องฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหาย กว่า 1,650 ล้านบาท ให้กับกลุ่มผู้บริโภคทุกคนที่ซื้อกระทะ
- 19 ตุลาคม 2563 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตรับคดี ‘กระทะโคเรียคิง’ เป็นคดีกลุ่ม เฉพาะรุ่นไดมอนด์ ซีรีส์ (Diamond Series) และ รุ่นโกลด์ ซีรีส์ (Gold Series) ที่ซื้อภายใน 17 พฤษภาคม 2560 พร้อมแนะผู้เสียหายเก็บหลักฐานการสั่งซื้อไว้ดำเนินคดีต่อไปในขั้นตอนต่อไป
- 23 กุมภาพันธ์ 2565 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับเป็นคดีแบบกลุ่มตามศาลชั้นต้น โดยจำกัดขอบเขตของกลุ่มจะต้องมิได้ตกลงรับการแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากจำเลย
- 15 พฤศจิกายน 2566 ศาลชั้นต้น (ศาลแพ่ง) พิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าไม่พบสารอันตรายต่อร่างกาย มีการแสดงราคาและจัดส่งสินค้าจริง ไม่เข้าข่ายกระทำผิดหรือละเมิดสิทธิผู้บริโภค
- ล่าสุด 3 กันยายน 2569 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ผู้บริโภคในฐานะโจทก์ชนะคดี โดยให้จำเลยที่จำหน่ายกระทะ "โคเรีย คิง ต้องชดใช้ค่าเสียหายฐานโฆษณาเกินจริง รุ่นไดมอนด์ (Diamond Series) และรุ่นโกลด์ (Gold Series) รวมถึง ดอกเบี้ยผิดนัดนับจากวันฟ้องคดี จำเลยยังต้องชำระ "ค่าฤชาธรรมเนียม" ทั้ง 2 ศาล แทนโจทก์ ทั้ง 5 ราย
