- 04 ก.ย. 2569
กาฬสินธุ์ตรวจเข้มเขื่อนลำปาว ยังไม่พบ "ปลาหมอคางดำ" ระบาด เตรียมปูพรมตรวจซ้ำใน 2 สัปดาห์ พร้อมเตือนห้ามแอบนำเข้าทำคอนเทนต์ โทษหนักปรับสูงสุด 2 ล้าน
กาฬสินธุ์ (4 กันยายน 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีความวิตกกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของปลาต่างถิ่นในแหล่งน้ำสำคัญ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมประมง นำโดย นายสมศักดิ์ ทองหุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดขอนแก่น พร้อมด้วย นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกับเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านเขื่อนลำปาวกว่า 100 คน ลงพื้นที่เก็บกู้ตาข่ายดักปลา สะดุ้ง (เครื่องมือยกยอ) และลอบจับปลาเกือบ 100 หลัง ที่ได้ทำการวางไว้ตั้งแต่วันก่อน บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ช่วงพื้นที่หลุบจาน บ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นจุดที่ชาวประมงเคยพบปลาลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำ โดยจากการสุ่มตรวจสัตว์น้ำทั้งหมดพบว่าส่วนใหญ่ยังคงเป็นปลานิลและปลาสัตว์น้ำพื้นถิ่น ยังไม่พบสัญญาณการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่แต่อย่างใด
แม้ผลการตรวจพิสูจน์ในรอบแรกจะยังไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ทางสำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์และศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดขอนแก่น ยืนยันว่าจะยังคงมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยมีแผนจะนำเครื่องมือเข้าวางตาข่ายดักตรวจซ้ำอีกครั้งในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมขอความร่วมมือให้เครือข่ายชาวประมงและประชาชนรอบเขื่อนลำปาวช่วยกันสอดส่อง หากพบปลาที่มีลักษณะต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประมงในพื้นที่ทันที นอกจากนี้ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ยังได้ออกคำเตือนไปยังกลุ่มผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ งดเว้นการลักลอบนำปลาหมอคางดำจากพื้นที่อื่นเข้ามาในเขตเขื่อนลำปาวเพื่อทำคอนเทนต์สร้างกระแสโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2564 ซึ่งหากฝ่าฝืนนำเข้าหรือเพาะเลี้ยงจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำไปปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ จะมีโทษหนักจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเจ้าหน้าที่จะสรุปรายงานผลการลงพื้นที่ส่งตรงถึงกรมประมงเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันระบบนิเวศน้ำจืดในระยะยาวต่อไป
