- 06 ก.ย. 2569
อ้าวคดีพลิก? ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว เปิดกล้องวงจรปิด หลังพลเมืองดี บอกพาหญิงสาวไปส่ง แต่ตำรวจหลับทั้งโรงพักแถมโดนต่อว่า
จากกรณีมีกลุ่มชายหญิงที่อ้างตัวเป็นพลเมืองดี นำหญิงที่ระบุว่าเสพยาเสพติดและมียาบ้ามาส่งที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ก่อนเผยแพร่คลิปกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนอนหลับทั้งโรงพัก และเมื่อเข้าไปปลุกกลับถูกต่อว่า จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์นั้น
ต่อมา พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี มีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 3 วัน พร้อมกำชับให้ผู้กำกับการ สภ.ลาดหลุมแก้ว เชิญกลุ่มพลเมืองดีมาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น และมีเจ้าหน้าที่นายใดเกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการหย่อนยานต่อหน้าที่หรือใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม จะดำเนินการตามระเบียบอย่างเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ล่าสุด พ.ต.อ.ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดภายในจุดบริการประชาชน หรือห้อง One Stop Service รวมถึงบริเวณหน้าโรงพัก มาเปิดเผยเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หลังมีกลุ่มบุคคลนำคลิปไปเผยแพร่และกล่าวหาว่าตำรวจชี้หน้า โวยวาย และต่อว่าพลเมืองดีที่นำผู้เสพยาเสพติดมาส่ง
เปิดวงจรปิด เหตุเกิดช่วงเช้ามืด 1 ก.ย. 69
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 05:29 น. มีกลุ่มชายหญิงเดินทางมายัง สภ.ลาดหลุมแก้ว โดยใช้รถยนต์เก๋ง 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน เปิดไฟฉุกเฉินตามที่ปรากฏในคลิป ก่อนมีชาย 2 คนเดินขึ้นไปบนสถานีตำรวจ พร้อมหญิงสาวอีก 1 คน โดยหนึ่งในชายดังกล่าวสวมเสื้อกั๊ก ลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากภาพวงจรปิดพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเดินเข้าไปยังห้อง One Stop Service ซึ่งเป็นจุดรับแจ้งความและให้บริการประชาชน โดยเจ้าหน้าที่เวรประจำวันกำลังนอนพักอยู่บริเวณโต๊ะ เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 08:00 น. ของวันก่อนหน้า จนถึงเวลา 08:00 น. ของอีกวัน
จากนั้นชายทั้งสองได้เดินเข้าไปดูเจ้าหน้าที่ ก่อนมีตำรวจสิบเวรซึ่งอยู่ด้านนอกตะโกนแจ้งว่า มีประชาชนมาติดต่อราชการ ทำให้ชายทั้งสองเดินไปพูดคุยกับสิบเวร ก่อนกลับเข้ามาบริเวณหน้าเคาน์เตอร์อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนซึ่งเข้าเวรอยู่ภายในห้อง ได้สอบถามว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมาติดต่อเรื่องใด โดยชายเสื้อขาวแจ้งว่า ต้องการให้ตรวจสอบทะเบียนราษฎร์เพื่อดูที่อยู่ของหญิงสาวที่พามา เนื่องจากต้องการนำตัวไปส่งบ้าน แต่หญิงสาวไม่ได้พกบัตรประชาชนมาด้วย
ชายเสื้อขาวยังระบุว่า ตนเป็นพ่อค้า ส่วนชายที่สวมเสื้อกั๊กอ้างว่าเป็นชุดสืบสวน และเล่าว่าหญิงสาวถูกจับกุมพร้อมพวกที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองปทุมธานี แต่ถูกปล่อยตัวเนื่องจากไม่พบของกลาง มีเพียงความผิดฐานเสพยาเสพติด
พนักงานสอบสวนจึงทักท้วงว่า ไม่ควรกล่าวอ้างในลักษณะที่อาจทำให้ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับความเสียหาย ก่อนขอเลขบัตรประชาชน 13 หลักจากหญิงสาวเพื่อตรวจสอบข้อมูล
ผลการตรวจสอบพบว่า หญิงสาวมีที่อยู่ในพื้นที่ อ.เมืองปทุมธานี และไม่พบประวัติความผิดตามที่ถูกกล่าวอ้าง พนักงานสอบสวนจึงแนะนำให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวนำหญิงสาวไปส่งที่ สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานนำตัวกลับภูมิลำเนาอย่างถูกต้อง
หญิงร้องขอให้ปล่อยตัว ก่อนถูกทำร้าย
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวต่อว่า ระหว่างนั้นหญิงสาวเริ่มทักท้วงว่า ตนไม่ได้มีความผิด และตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ได้ปล่อยตัวแล้ว พร้อมร้องขอให้ปล่อยตัวและต้องการกลับบ้าน โดยมีท่าทีไม่ต้องการเดินทางไปกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว
จากภาพวงจรปิดพบว่า หญิงสาวพยายามเดินออกจากห้อง ก่อนหญิงที่สวมเสื้อสีแดงจะเดินตามไปด้วยความโมโหและเข้าไปผลักทำร้ายร่างกาย พร้อมใช้ถ้อยคำต่อว่า ขณะที่ชายสวมเสื้อกั๊กได้เข้ามาห้ามปราม ก่อนเดินออกจากโรงพัก
หลังเกิดเหตุ หญิงสาวได้เข้าไปร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจสิบเวร โดยระบุว่าถูกทำร้ายร่างกายและพยายามหาจังหวะหลบหนี
ผู้กำกับการ สภ.ลาดหลุมแก้ว ระบุว่า จากภาพวงจรปิดไม่พบว่ามีตำรวจมาต่อว่าหรือขับไล่กลุ่มบุคคลดังกล่าวออกจากโรงพักตามที่มีการกล่าวอ้าง แต่เจ้าหน้าที่ได้สอบถามและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนำตัวหญิงสาวกลับบ้านอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ หลังหญิงสาวเดินออกจากห้องไปแล้ว ตำรวจสิบเวรยังเปิดหน้าต่างและตะโกนสอบถามว่า หญิงสาวอยู่ที่ไหน พร้อมเตือนกลุ่มบุคคลดังกล่าวว่า หากไม่มีอำนาจในการจับกุมหรือควบคุมตัว อาจเข้าข่ายความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวได้
ยอมรับมีตำรวจนอน-แต่งกายไม่เรียบร้อย ตั้งกรรมการสอบวินัย
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ดุษฎี ยอมรับว่า ภาพที่ปรากฏมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายอยู่ในลักษณะนอนพัก และบางนายไม่ได้แต่งเครื่องแบบหรือแต่งกายเพียงครึ่งท่อน ซึ่งถือว่าไม่เป็นไปตามระเบียบและแบบแผนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ
ขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะพิจารณาดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามระเบียบต่อไป พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายให้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก
สำหรับหญิงวัย 43 ปี ซึ่งปรากฏในคลิป ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นพลเมืองดี ในข้อหาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขู่ และทำร้ายร่างกาย
พ.ต.อ.ดุษฎี ระบุว่า ตำรวจได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้แล้ว และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบด้าน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพื้นที่ 2 สถานีตำรวจ คือ สภ.เมืองปทุมธานี และ สภ.ลาดหลุมแก้ว จึงจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป
