ผิดคาดหมด ชีวิตล่าสุด "ป้าติ๋ม" แม่บ้านชาวไทยที่ได้มรดก 100 ล้าน

ผิดคาดหมด ชีวิตล่าสุด "ป้าติ๋ม" หลังนายหญิงชาวฝรั่งเศสเสียชีวิต แต่ทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านให้

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567 นางแคทเทอลีน ชาวฝรั่งเศส เสียชีวิตภายในวิลล่าหรูมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ในพื้นที่ ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จากปัญหาสุขภาพ โดยก่อนเสียชีวิตได้ทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ให้กับ “ป้าติ๋ม” แม่บ้านชาวไทยคนสนิทที่ดูแลกันมาเป็นเวลานาน

 

ผิดคาดหมด ชีวิตล่าสุด "ป้าติ๋ม" แม่บ้านชาวไทยที่ได้มรดก 100 ล้าน

ต่อมา ศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.) ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินรัฐฯ กองทัพภาคที่ 4 เข้าตรวจสอบทรัพย์สินและการประกอบธุรกิจของผู้เสียชีวิต ก่อนพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและโครงสร้างการประกอบธุรกิจ

 

จากการสืบสวนพบว่า นางแคทเทอลีนเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2550 ก่อนดำเนินการนำเอกสารไปให้สำนักงานทนายความจัดตั้ง บริษัท แม็กซิเคท จำกัด เมื่อปี 2555 โดยจากการตรวจสอบพบประเด็นเกี่ยวกับการไม่มีคนไทยร่วมลงทุนจริง จากนั้นมีการนำเงินไปซื้อที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน ราคา 2.7 ล้านบาท และก่อสร้างวิลล่าชื่อ “มะพร้าว” จำนวน 5 หลัง โดยบริษัท จี.วี.เอ็น.อี. จำกัด เพื่อจำหน่ายและให้เช่าระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่าบริษัทดังกล่าวมีผลประกอบการขาดทุนและไม่เคยเสียภาษี รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการ จนท้ายที่สุดเหลือเพียงนางแคทเทอลีนเป็นกรรมการเพียงคนเดียว จึงนำไปสู่การตรวจสอบในประเด็นการใช้บุคคลไทยเป็นตัวแทนหรือนอมินีในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

ผิดคาดหมด ชีวิตล่าสุด "ป้าติ๋ม" แม่บ้านชาวไทยที่ได้มรดก 100 ล้าน

โดยล่าสุด คณะพนักงานสอบสวนคดีนอมินี ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดย พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ เจริญรูป รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง เสนอให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ลงนาม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการจังหวัดเกาะสมุย ในคดีอาญาที่ 399/2567 และคดีอาญาที่ 400/2567 ของ สภ.เกาะสมุย

 

คดีดังกล่าวกล่าวหา บริษัท จี.วี.เอ็น.อี. จำกัด กับพวกรวม 4 คน และ บริษัท แม็กซิเคท จำกัด กับพวกรวม 4 คน โดยคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นดังนี้

 

  • สั่งฟ้อง บริษัท จี.วี.เอ็น.อี. จำกัด และ บริษัท แม็กซิเคท จำกัด ในความผิดฐาน เป็นบุคคลต่างด้าวประกอบธุรกิจค้าที่ดินโดยใช้บริษัทนอมินี
  • สั่งฟ้อง นายทองใส อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 และ นางสาวรัชประภา อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 ในความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจค้าที่ดินโดยผิดกฎหมาย
  • ส่วน นางแคทเทอลีน โจลี่ โรแล็นด์ เจอร์เมน ดิลาโคท อายุ 59 ปี สัญชาติฝรั่งเศส กรรมการบริษัท ผู้ต้องหาที่ 2 มีความเห็น สั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากเสียชีวิตแล้ว

 

ขณะที่สถานะมรดกมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ซึ่งนางแคทเทอลีนทำพินัยกรรมมอบให้ “ป้าติ๋ม” ปัจจุบันยังติดข้อจำกัดทางกฎหมายและกระบวนการทางคดี ทำให้ยังไม่สามารถจัดการทรัพย์สินทั้งหมดได้อย่างอิสระ

 

แม้จะมีชื่อเป็นผู้รับมรดก และก่อนหน้านี้เพื่อนฝูงต่างเรียกเธอว่า “มหาเศรษฐี” แต่ในชีวิตจริง ป้าติ๋มยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และออกไปทำงานรับจ้างเป็นแม่บ้านให้กับนายจ้างชาวฝรั่งเศสครอบครัวใหม่เป็นประจำทุกเช้า


ป้าติ๋มเคยเปิดเผยว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องเงินทอง แต่คือความผูกพันตลอดระยะเวลา 17 ปี ที่เคยดูแลและใช้ชีวิตร่วมกับอดีตนายจ้าง

 

เงินสดก้อนเดียวที่เธอนำออกมาใช้ คือเงินจำนวน 500,000 บาท ที่นางแคทเทอลีนทิ้งไว้ให้ก่อนเสียชีวิต โดยนำไปใช้จัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ ส่วนเงินที่เหลือเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลวิลล่า ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 10,000 บาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลสุนัข และทำบุญให้อดีตนายจ้างอย่างต่อเนื่อง


ป้าติ๋มยืนยันว่า ไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินส่วนอื่นของมรดก และจากนี้ไม่ต้องการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนอีก เนื่องจากต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ และไม่ต้องการให้มีผู้เข้ามารบกวน


สำหรับคดีดังกล่าว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาตามข้อกล่าวหา ขณะที่ประเด็นทรัพย์มรดกมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ยังคงต้องดำเนินการตามข้อจำกัดทางกฎหมายและกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป
 

ผิดคาดหมด ชีวิตล่าสุด "ป้าติ๋ม" แม่บ้านชาวไทยที่ได้มรดก 100 ล้าน