รวบชาวเกาหลีใต้ หลอกเพื่อนร่วมชาติลงทุนอสังหาฯ เชิดเงินหนีซุกไทย

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกรวบ ชาวเกาหลีใต้ หลังหลอกเพื่อนร่วมชาติ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทย เชิดเงินหนีกว่า 147 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา            รอง ผบก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์          ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.

รวบชาวเกาหลีใต้ หลอกเพื่อนร่วมชาติลงทุนอสังหาฯ เชิดเงินหนีซุกไทย

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.นพพิณฑ์ แก้วอินไชย, พ.ต.ต.ปิยะวัตร ปราบเสร็จ สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.เกษมศักดิ์ เปล่งแสง, ร.ต.อ.นนทกร นันทะน้อย,
ร.ต.อ.สิรภัค แทนศิลป รอง สว.กก.5 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.3 กก.5 บก.ป.
       
ได้ร่วมกันจับกุม นายฮันฯ อายุ 67 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ 5029/2567 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง”
     
สถานที่จับกุม บริเวณบ้านพัก ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

รวบชาวเกาหลีใต้ หลอกเพื่อนร่วมชาติลงทุนอสังหาฯ เชิดเงินหนีซุกไทย

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2563 ผู้เสียหาย สัญชาติเกาหลี ได้รับการชักชวนจากกลุ่มผู้ต้องหา โดยแนะนำให้ผู้เสียหายลงทุนในที่ดิน และอาคารชุดในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  โดยมี นายฮัน (ผู้ต้องหา) อ้างว่าสามารถช่วยเหลือในการลงทุนซื้อที่ดิน และคอนโดมิเนียม (อาคารชุด) ซึ่งในครั้งแรกผู้เสียหายได้สนใจซื้อคอนโดมิเนียม (อาคารชุด) โดยนายฮันฯ ได้ให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นจำนวน 8.9 ล้านบาท เข้าบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมี น.ส.นิชชิตาฯ อายุ 57 ปี หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของ นายฮันฯ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทฯ ซึ่งผู้เสียหายเชื่อว่าบริษัทของกลุ่มผู้ต้องหามีสิทธิและสามารถขายห้องชุดให้ได้
ต่อมาในครั้งที่สอง นายฮันฯ พร้อมกลุ่มผู้ต้องหา ได้ชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนซื้อที่ดินใน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมดำเนินการจัดตั้งอีกบริษัทหนึ่งขึ้นโดยกล่าวอ้างในลักษณะว่าผู้เสียหายจะเข้าถือหุ้นและเป็นผู้มีอำนาจในบริษัทดังกล่าว เพื่อให้สามารถลงทุนถือครองอสังหาริมทรัพย์ได้ ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินเพิ่มเติมมาอีกเป็นจำนวน 89 ล้านบาท เข้าไปยังบัญชีฯ ใหม่ที่จัดตั้งขึ้น โดยมี น.ส.นิชชิตาฯ หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา เป็นกรรมการบริษัทเช่นกัน
ต่อมาภายหลังพบว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้นำเงินทั้งหมดไปลงทุนซื้อที่ดินตามที่กล่าวอ้างจริง ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 97.4 ล้านบาท
        ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาซ่อนตัวภายในบ้านพักหรูในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ขอหมายค้นและวางแผนเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติตามหลักยุทธวิธี และระดับการใช้กำลังในการเข้าตรวจค้น จนพบตัว นายฮันฯ สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหารายนี้ ซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านหรูหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาตรวจสอบ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปจัดทำบันทึกจับกุมที่ สถานีตำรวจภูธรหัวหิน ก่อนนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
​จากการตรวจสอบข้อมูลคดีในฐานระบบพบว่า นายฮันฯ กับกลุ่มผู้ต้องหาได้ก่อเหตุที่มี                  แผนประทุษกรรมในลักษณะเช่นเดียวกันอีก 3 คดี รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 147,579,278 บาท และทางการของประเทศเกาหลีใต้ได้แจ้งว่านายฮัน ยังก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก 9 คดี ที่ประเทศเกาหลีใต้
 
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน
1. ระมัดระวังการชักชวนลงทุนจากคนสนิทหรือคนชาติเดียวกัน: อย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคลสัญชาติเดียวกันที่อ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น แม้จะได้รับการแนะนำต่อมาจากเพื่อนสนิท เพื่อป้องกันแผนประทุษกรรมที่อาศัยความสนิทสนมมาหลอกลวงเป็นขบวนการ
2. หลีกเลี่ยงข้อเสนอตั้งบริษัทตัวแทนเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายที่ดิน: ปฏิเสธการร่วมลงทุนที่ใช้บริษัทบังหน้าทำหน้าที่เป็นตัวแทน (Nominee) ถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการสร้างนิติกรรมและบริษัทขึ้นมาบังหน้าเพื่อทุจริตยักยอกเงิน
3. ตรวจสอบกรรมสิทธิ์แท้จริงและประวัติคู่สัญญาก่อนโอนเงิน: ต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิกับโครงการหรือสำนักงานที่ดินโดยตรง พร้อมเช็กโครงสร้างบริษัทและประวัติอาชญากรรมข้ามชาติของคู่สัญญา เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่มีคดีฉ้อโกงหรือมีหมายสั่งระงับการฟ้องชั่วคราวติดตัวในต่างประเทศ
 
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ต.ปิยะวัตร ปราบเสร็จ ตำแหน่ง สว.กก.5 บก.ป. โทร. 095-289-1950