- 09 ก.ย. 2569
หนุ่มวัย 41 ปี ชาวบ้านผือ จ.อุดรธานี ออกไปตัดไม้ไผ่เพื่อนำมาทำคันเบ็ด ก่อนถูกฝูงต่อกว่า 200 ตัวรุมต่อยทั่วร่าง แม้ครอบครัวรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่อาการทรุดหนัก
9 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ว่าเกิดเหตุชายวัย 41 ปี ถูกฝูงต่อจำนวนมากรุมต่อยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความเศร้าโศกให้กับครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านของผู้เสียชีวิตในพื้นที่บ้านดงบัง พบว่าครอบครัวกำลังจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพของ นายวิเชียร (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี โดยมีพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง และชาวบ้านเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและให้กำลังใจครอบครัวเป็นจำนวนมาก
นายธนบัตร (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา บริเวณเถียงนาท้ายหมู่บ้าน คาดว่าลูกชายออกไปตัดไม้ไผ่เพื่อนำมาทำคันเบ็ด โดยใช้เลื่อยมือในการตัด ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่กับลูกชาย
ต่อมาเมื่อกลับมาพบลูกชายนอนอยู่บนเปล และได้รับคำบอกว่าถูกฝูงต่อกว่า 200 ตัวรุมต่อย จึงรีบเข้าไปดูอาการ เมื่อถอดเสื้อผ้าออกก็พบร่องรอยถูกต่อยเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่บริเวณศีรษะลงไปจนทั่วร่างกาย
นายธนบัตรกล่าวว่า คาดว่าลูกชายอาจเข้าไปใกล้รังต่อโดยไม่รู้ตัว ก่อนถูกฝูงต่อทั้งรังบินออกมารุมต่อย เนื่องจากพบว่ารังมีขนาดใหญ่และมีต่ออยู่เป็นจำนวนมาก
หลังตั้งสติได้ ครอบครัวรีบนำตัวนายวิเชียรขึ้นรถพ่วงข้างกลับบ้าน ก่อนเปลี่ยนเป็นรถยนต์และนำส่งโรงพยาบาลบ้านผือ โดยช่วงแรกผู้เสียชีวิตยังพูดคุยได้และบอกว่าไม่อยากไปโรงพยาบาล เพราะคิดว่าอาการไม่น่าจะรุนแรง
อย่างไรก็ตาม หลังเข้ารับการรักษาอาการกลับทรุดลงและมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ ทีมแพทย์ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ก่อนส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีในช่วงเวลา 23.00 น. วันที่ 7 กันยายน 2569 แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยครอบครัวได้รับแจ้งว่าได้รับพิษจากการถูกต่อยเป็นจำนวนมากจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ผู้เป็นพ่อกล่าวอีกว่า ลูกชายไม่มีโรคประจำตัว และเคยเดินทางไปทำงานใช้แรงงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนกลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 1 ปี เป็นลูกคนที่ 2 จากพี่น้องทั้งหมด 4 คน และเป็นคนรักครอบครัว คอยดูแลพ่อแม่มาโดยตลอด
“ลูกเป็นคนดี รักพ่อรักแม่ ไม่คิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวเรา ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้” นายธนบัตรกล่าวด้วยความเศร้า
ด้านนางเพียนทอง (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและลูกชายนั่งพูดคุยกันอยู่บริเวณนา จากนั้นสังเกตเห็นอีกาตัวหนึ่งบินวนอยู่บนท้องฟ้าและร้องเสียงดังในลักษณะที่ผิดปกติ ซึ่งตามความเชื่อของชาวบ้านมักมองว่าเป็นลางไม่ดี
นางเพียนทองเล่าว่า ลูกชายยังพูดขึ้นในตอนนั้นว่า “พากันมาทำอะไรอยู่ที่นี่ มารอเอาชีวิตใคร หรือมารอเอาชีวิตกู” ก่อนที่ตนจะเดินทางไปยังไร่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณดังกล่าว
กระทั่งกลับมาพร้อมสามี ก็พบว่าลูกชายถูกฝูงต่อรุมต่อยจนได้รับบาดเจ็บทั่วร่าง จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายลูกชายก็จากไป ทำให้ตนรู้สึกสะเทือนใจและยังคงนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอีกาก่อนเกิดเหตุ
นางเพียนทองกล่าวทั้งน้ำตาว่า หากลูกชายรับรู้ได้ อยากบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงพ่อกับแม่ ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี และจากนี้จะดูแลลูกของนายวิเชียรให้ดีที่สุด
“ลูกไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่นะ ขอให้ไปสบาย แม่จะดูแลหลานให้ดีที่สุด” นางเพียนทองกล่าว
ขณะที่ป้าของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านเคยมีชาวบ้านถูกต่อต่อย แต่ไม่เคยพบกรณีที่ถูกต่อยเป็นจำนวนมากและมีอาการรุนแรงจนเสียชีวิตเช่นครั้งนี้
ทั้งนี้ ครอบครัวฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังเมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่ป่า สวน หรือบริเวณที่อาจมีรังต่อและแมลงมีพิษ โดยเฉพาะจุดที่มีรังขนาดใหญ่ หากพบควรหลีกเลี่ยงและแจ้งผู้เชี่ยวชาญเข้าดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสียซ้ำรอยขึ้นอีก
