ญาติคาใจ! พลทหารวัย 20 เสียชีวิตในค่าย ผู้การโคราชแจงปมโทรศัพท์

ญาติยังคาใจกรณีพลทหารวัย 20 ปี เสียชีวิตภายในค่ายทหาร หลังเดินทางกลับจากการลาพักและขาดการติดต่อ ผู้การโคราชแจง ตำรวจเก็บโทรศัพท์ตรวจสอบเป็นหลักฐาน

14 กันยายน 2569 จากกรณีพลทหารอาสา ฐิติกร (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี สังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งลาพักกลับบ้านที่ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 1-10 กันยายน 2569 ก่อนเดินทางกลับเข้าค่าย แต่ปรากฏว่ายังไม่เข้ารายงานตัวตามกำหนด จนทางค่ายติดต่อไปยังครอบครัว และญาติได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อติดตามหา

ต่อมามีการพบว่าพลทหารฐิติกรเสียชีวิตภายในพื้นที่ค่ายทหาร สร้างความเสียใจและข้อสงสัยให้กับครอบครัว โดยญาติบางส่วนยังติดใจในประเด็นการเสียชีวิต และต้องการทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ล่าสุด พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าว่า หลังเกิดเหตุ ฝ่ายทหารและตำรวจได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อชี้แจงขั้นตอนและรายงานความคืบหน้าทางคดีอย่างต่อเนื่อง

ญาติคาใจ! พลทหารวัย 20 เสียชีวิตในค่าย ผู้การโคราชแจงปมโทรศัพท์

ส่วนผลการชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยคาดว่าจะได้รับผลในช่วงสายถึงช่วงบ่ายของวันที่ 14 กันยายน 2569 เพื่อนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสำนวนคดี

ญาติคาใจ! พลทหารวัย 20 เสียชีวิตในค่าย ผู้การโคราชแจงปมโทรศัพท์

สำหรับการหารือเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และบุคคลที่ครอบครัวให้ความเคารพนับถือ ได้ร่วมพูดคุยถึงลำดับขั้นตอนภายหลังเกิดเหตุ รวมถึงแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับครอบครัว

ขณะที่ประเด็นโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้โทรศัพท์อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลและไทม์ไลน์การใช้งาน ทั้งการติดต่อสื่อสาร บุคคลที่มีการติดต่อ และข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน โดยจะใช้ประกอบการพิจารณาพยานหลักฐานในคดี

ส่วนสาเหตุและแรงจูงใจที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน จำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐาน ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ และผลชันสูตรอย่างเป็นทางการเสียก่อน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและตรงตามข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของครอบครัว และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป