- 15 ก.ย. 2569
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตือน 28 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 15 - 19 ก.ย. 69
ประกาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 4/2569 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ระบุว่า... สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้
ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 15 - 19กันยายน 2569 ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม
1.1 ภาคเหนือ
- จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อำเภอสบเมย ขุนยวม แม่ลาน้อย ปาย และแม่สะเรียง)
- จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภออมก๋อยแม่แจ่ม จอมทอง และฮอด)
- จังหวัดเชียงราย (อำเภอแม่สรวย และเมืองเชียงราย)
- จังหวัดลำปาง (อำเภอเถิน และแจ้ห่ม)
- จังหวัดพะเยา (อำเภอปง ดอกคำใต้ และเชียงคำ)
- จังหวัดแพร่ (อำเภอสองหนองม่วงไข่ ร้องกวาง เมืองแพร่และวังชิ้น)
- จังหวัดน่าน (อำเภอทุ่งช้าง แม่จริมบ่อเกลือ เวียงสา และปัว)
- จังหวัดตาก (อำเภอท่าสองยาง บ้านตาก อุ้มผางสามเงา แม่ระมาด เมืองตาก และแม่สอด)
- จังหวัดอุตรดิตถ์ (อำเภอน้ำปาด บ้านโคก และลับแล)
- จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอชาติตระการเนินมะปราง นครไทย วังทอง บางระกำบางกระทุ่ม พรหมพิราม และเมืองพิษณุโลก)
- จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มสัก เมืองเพชรบูรณ์ เขาค้อ หล่มเก่า วังโป่ง หนองไผ่ น้ำหนาว ศรีเทพ และชนแดน)
- และจังหวัดอุทัยธานี (อำเภอบ้านไร่ และลานสัก)
1.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- จังหวัดเลย (อำเภอด่านซ้าย วังสะพุง ภูกระดึง ผาขาว และเอราวัณ)
- จังหวัดชัยภูมิ (อำเภอแก้งคร้อ เมืองชัยภูมิ ภูเขียว เกษตรสมบูรณ์ คอนสาร หนองบัวระเหว ภักดีชุมพล หนองบัวแดง จัตุรัส และเทพสถิต)
- จังหวัดสกลนคร (อำเภอบ้านม่วงวานรนิวาส คำตากล้า อากาศอำนวย และโคกศรีสุพรรณ)
- และจังหวัดนครพนม (อำเภอศรีสงคราม โพนสวรรค์ นาแก ท่าอุเทน ปลาปากนาหว้า วังยาง นาทม และเมืองนครพนม)
1.3 ภาคตะวันออก
- จังหวัดจันทบุรี (อำเภอขลุง เขาคิชฌกูฏ มะขาม โป่งน้ำร้อน และแก่งหางแมว)
- และจังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด เขาสมิง บ่อไร่ แหลมงอบ คลองใหญ่ และเกาะช้าง)
1.4 ภาคตะวันตก
จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอสังขละบุรี ไทรโยค ทองผาภูมิ ด่านมะขามเตี้ย และศรีสวัสดิ์)
1.5 ภาคใต้
- จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ กระบุรี และกะเปอร์)
- จังหวัดพังงา (อำเภอกะปง คุระบุรี ตะกั่วป่า เมืองพังงา และท้ายเหมือง)
- จังหวัดภูเก็ต (อำเภอถลาง เมืองภูเก็ต และกะทู้)
- จังหวัดกระบี่ (อำเภอเกาะลันตา คลองท่อม และอ่าวลึก)
- จังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตูล และละงู)
- จังหวัดสงขลา (อำเภอสะบ้าย้อย และเทพา)
- จังหวัดยะลา (อำเภอเบตง บันนังสตา รามันธารโต และเมืองยะลา)
- จังหวัดปัตตานี (อำเภอยะรังและทุ่งยางแดง)
- และจังหวัดนราธิวาส (อำเภอสุคิริน จะแนะ ศรีสาคร รือเสาะ ระแงะ และสุไหงปาดี)
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ ตาก อุทัยธานี ชัยภูมิ สกลนคร จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี กระบี่ และระนอง
3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ ลำน้ำยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน แม่น้ำสาย และแม่น้ำกกบริเวณจังหวัดเชียงราย แม่น้ำน่าน บริเวณจังหวัดน่าน แม่น้ำเมย บริเวณจังหวัดตาก แม่น้ำแควน้อย บริเวณจังหวัดพิษณุโลก แม่น้ำป่าสักบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ แม่น้ำสงคราม บริเวณจังหวัดสกลนคร และแม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส บริเวณจังหวัดนราธิวาส
ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้
1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ
2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ
ถึงปลายน้ำและ อิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก
3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที
4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์
ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2569
