โรงงานเซรามิกเลิกจ้างฟ้าผ่า 200 ชีวิตตกงาน วิกฤตไม่ทันตั้งตัว

วิกฤตแรงงานนครพนม บริษัทเซรามิกประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 200 คน หลังเจอพิษเศรษฐกิจ รับวิกฤตไม่ทันตั้งตัว เดือดร้อนหลายครอบครัว

วิกฤตแรงงานครั้งใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครพนม หลังโรงงานเซรามิกประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 200 คน สร้างความเดือดร้อนให้แรงงานและครอบครัวจำนวนมาก ขณะที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครพนม หรือ “5 เสือแรงงาน” เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ทั้งด้านสิทธิประโยชน์ การจัดหางานใหม่ การพัฒนาทักษะอาชีพ และการติดตามเงินค่าจ้างรวมถึงเงินชดเชยตามกฎหมาย

 

โรงงานเซรามิกเลิกจ้างฟ้าผ่า 200 ชีวิตตกงาน วิกฤตไม่ทันตั้งตัว

โรงงานเซรามิกเลิกจ้างฟ้าผ่า 200 ชีวิตตกงาน วิกฤตไม่ทันตั้งตัว

 

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมอำเภอนาทม จังหวัดนครพนม นางณัฐกฤตา ดาหาร แรงงานจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางสิริวีรา ศิรสิทธิ์กุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครพนม นายกิตติเมศวร์ มีนำพันธุ์ธนา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครพนม นางสาวณัฐปภัสร์ อ่อนทา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 41 นครพนม ร่วมลงพื้นที่พบกลุ่มลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างบริษัทฯ ได้ออกประกาศเลิกจ้างพนักงาน โดยให้เหตุผลว่ายอดสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก การปรับขึ้นภาษีการค้าของสหรัฐอเมริกา และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้บริษัทขาดสภาพคล่องและไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้

คำสั่งเลิกจ้างมีผลกับพนักงานรายวันตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ส่วนพนักงานรายเดือนจะมีผลในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยบริษัทแจ้งว่าจะจ่ายค่าจ้างตามรอบปกติ แต่ยังไม่สามารถระบุวันจ่ายเงินค่าชดเชยได้ ทำให้ลูกจ้างจำนวนมากเกิดความกังวลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับ

 จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว พบแรงงานจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาทางการเงินอย่างหนัก นายกระแส บุญศรี อายุ 45 ปี ตัวแทนอดีตพนักงาน เปิดเผยว่า ตนและภรรยาทำงานอยู่ในโรงงานแห่งนี้มากว่า 1 ปี 4 เดือน มีรายได้รวมกันเดือนละประมาณ 18,000-19,000 บาท แต่หลังจากบริษัทหยุดจ่ายค่าจ้างตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ทำให้ครอบครัวขาดรายได้ทันที ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่างวดรถยนต์ยังคงเดินต่อทุกเดือน

“ตอนนี้เงินเก็บหมดแล้ว ต้องหันมาปลูกถั่วฝักยาวและแตงกวาขายตามตลาดเพื่อประทังชีวิต อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งติดตามเงินค่าจ้างและเงินชดเชยให้ลูกจ้างโดยเร็ว” นายกระแส กล่าว

โรงงานเซรามิกเลิกจ้างฟ้าผ่า 200 ชีวิตตกงาน วิกฤตไม่ทันตั้งตัว

 

ด้านสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม โดยนางสาวณัฐปภัสร์ อ่อนทา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ

ได้เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานเพื่อให้แรงงานเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม มาตรา 33 โดยผู้ถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน พร้อมจัดเตรียมตำแหน่งงานว่างในสถานประกอบการต่าง ๆ รองรับผู้ที่ต้องการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระและการรับงานไปทำที่บ้าน โดยมีกองทุนเงินกู้ยืมสนับสนุนการซื้ออุปกรณ์ประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการว่างงาน

ขณะที่ นางสิริวีรา ศิรสิทธิ์กุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครพนม ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยพนักงานตรวจแรงงานจะรวบรวมพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายและดำเนินการออกคำสั่งภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ลูกจ้างที่ยังไม่ได้รับค่าจ้างหรือเงินชดเชย ยังสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระหว่างดำเนินคดีได้อีกช่องทางหนึ่ง

 

โรงงานเซรามิกเลิกจ้างฟ้าผ่า 200 ชีวิตตกงาน วิกฤตไม่ทันตั้งตัว

 

นายกิตติเมศวร์ มีนำพันธุ์ธนา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับสิทธิเงินทดแทนกรณีว่างงานตั้งแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน โดยจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีภายใน 30 วัน หลังการอนุมัติสิทธิแล้วเสร็จ

ด้านนางณัฐกฤตา ดาหาร แรงงานจังหวัดนครพนม ยืนยันว่า กระทรวงแรงงานจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องแรงงานที่ได้รับผลกระทบ พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการคุ้มครองสิทธิ การจัดหางานใหม่ และการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อให้ผู้ที่ถูกเลิกจ้างสามารถกลับมามีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงได้โดยเร็วที่สุด

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของภาคแรงงานนครพนม เมื่อแรงงานกว่า 200 ชีวิตต้องเผชิญชะตากรรมตกงานกะทันหัน ท่ามกลางภาระค่าใช้จ่ายและความไม่แน่นอนในชีวิต ขณะที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งหาทางออกเพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิและความเป็นธรรมตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด