- 18 ก.ย. 2569
แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ฝนตกหนักน้ำป่าทะลัก ดินสไลด์ปิดทับทางเข้า-ออกหลายหมู่บ้านจนรถผ่านไม่ได้ เหมืองฝายพังเสียหาย นายอำเภอสั่งนำเครื่องจักรเปิดทางด่วน
แม่ฮ่องสอน (18 สิงหาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ หลังได้รับรายงานเบื้องต้นจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับการเกิดเหตุดินสไลด์ ต้นไม้ล้มทับเส้นทาง และน้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมตัดขาดหลายสาย โดยทางอำเภอได้ประสานหน่วยงานท้องถิ่นเร่งระดมเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางเปิดทางสัญจรบรรเทาความเดือดร้อนด่วน
จากการสำรวจความเสียหายในพื้นที่ ตำบลป่าแป๋ พบปัญหาดินสไลด์หลายจุดอย่างหนัก โดยที่บ้านป่าแป๋ หมู่ที่ 3 และบ้านช่างหม้อ หมู่ที่ 4 มีมวลหินและดินสไลด์ลงมาปิดทับเส้นทางสัญจร พร้อมทั้งมีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มกีดขวางถนน ขณะที่บ้านห้วยเดื่อ หมู่ที่ 5 เกิดดินสไลด์ปิดทับเส้นทางระหว่างบ้านห้วยเดื่อ–บ้านไก่ดำหลายจุด ส่วนบ้านห้วยงู หมู่ที่ 10 มีดินสไลด์ปิดทับเส้นทางเข้า-ออกหมู่บ้านมากถึง 6 จุด ส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรเสียหาย 1 แปลง แต่ยังไม่มีรายงานบ้านเรือนราษฎรพังเสียหาย นอกจากนี้ ในพื้นที่หมู่ที่ 12 ตำบลป่าแป๋ ดินสไลด์ได้ปิดทับเส้นทางจนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้โดยสิ้นเชิง และระบบเหมืองฝายซึ่งเป็นหัวใจหลักในการส่งน้ำทำการเกษตรได้รับความเสียหายหนัก
สำหรับพื้นที่ ตำบลเสาหิน บริเวณเส้นทางเข้า-ออกบ้านโพซอ พบดินโคลนสไลด์ลงมาปิดทับเส้นทาง ส่งผลให้หมู่บ้านถูกตัดขาด รถทุกชนิดไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกได้เช่นกัน ด้านพื้นที่ ตำบลแม่สะเรียง กำนันตำบลแม่สะเรียง พร้อมด้วยสารวัตรกำนันและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่เข้าช่วยชาวบ้านเก็บกู้รถจักรยานยนต์ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากพัดพาไปในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาขึ้นมาจากน้ำได้เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่เทศบาลตำบลเมืองยวมใต้ได้เร่งนำเครื่องจักรกลหนักเข้าเปิดเส้นทางบริเวณหน้าถ้ำ ทางเข้า-ออกบ้านใหม่วังยาว เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้เส้นทางได้ตามปกติ
ทั้งนี้ นายอำเภอแม่สะเรียงได้เน้นย้ำและสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน เร่งเดินหน้าสำรวจความเสียหายทั้งด้านพืชผลทางการเกษตร สิ่งสาธารณประโยชน์ และบ้านเรือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าฟื้นฟูพื้นที่และจ่ายเงินชดเชยเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด โดยเน้นย้ำว่าข้อมูลความเสียหายอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเนื่องจากยังคงมีการสำรวจอย่างละเอียดในพื้นที่เชิงเขา
