- 18 ก.ย. 2569
เล่านาทีชีวิต บ้านไม้เก่าถล่มทับตา วัย 70 ปี เพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือ รอดตายหวุดหวิด
เมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 18 ก.ย. 69 นายสุชาติ กำนันตำบลทรงคนอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในชุมชนหลังโรงเรียนวัดป่าเกด ว่ามีบ้านพังถล่มและมีชายอายุ 70 ปี ติดอยู่ในบ้าน จึงได้ประสานไปยัง อบต.ทรงคนองและฝ่ายปกครองไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จุดเกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวในซอยเพชรหึงษ์ 14 ซอยย่อย ซอยชุมชนหลังโรงเรียนวัดป่าเกด 3 เข้าซอยประมาณ 300 ม. เห็นชาวบ้านกำลังช่วยเหลือ นายต๋อย อายุ 70 ปี ที่อยู่ 443 หมู่ที่ 3 ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งร้องโอดโอย ขอความช่วยเหลืออยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของตัวบ้าน ทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือ พบนายต๋อย ถูกซากบ้านทับอยู่บริเวณตรงที่นอน ใช้เวลาประมาณ 25 นาที จึงสามารถช่วยเหลือออกมาได้ โดยทางกู้ชีพ อบต.ทรงคนอง ได้ตรวจร่างกาย พบได้รับบาดเจ็บที่หลัง จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบางจากทันที
จุดเกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว เนื้อที่ประมาณ 15 ตรว. โดยสภาพบ้านมีความเก่า ใช้งานมาแล้วประมาณเกือบ 50 ปี ซึ่งนาย ต๋อย อยู่พักอาศัยเพียงลำพังคนเดียวและก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 - 3 วัน ทราบจากทาง อบต.ทรงคนอง และฝ่ายปกครองว่า ได้เข้ามาสำรวจเพื่อจะทำบ้านให้ใหม่ แต่กลับมาเกิดเหตุพังถล่มเสียก่อน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย
สอบถาม นายสุริยา อายุ 47 ปี 919 ม.3 ต.ทรงคนอง ผู้เข้าไปช่วยคนแรกเล่าว่า ขณะที่ผมกำลังนอนหลับอยู่ หลานชายได้ขึ้นไปบอกว่า ไปดูตาต๋อยหน่อยเกิดเหตุบ้านถล่ม และขอให้ลงมาช่วยดูผู้บาดเจ็บ ผมไม่ได้ยินเสียงบ้านถล่มโดยตรงเนื่องจากกำลังนอนหลับอยู่ พอทราบเรื่องขณะกำลังนุ่งโสร่งจึงรีบลงมาดูทันที ที่รู้เพราะหลานขึ้นมาบอก เมื่อไปถึงบริเวณเกิดเหตุ พบโครงสร้างพังทรุดลงมาทั้งหมด และได้ยินเสียงผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่ข้างในร้องขอความช่วยเหลือ เขาจึงรีบช่วยรื้อและโยนแผ่นกระเบื้องที่ทับอยู่ออก เขานอนอยู่ริมสุดและร้องขอความช่วยเหลือ ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกกลัวอันตรายหรือเกรงว่าอาคารจะทรุดตัวเพิ่ม เพราะในขณะนั้นคิดเพียงอย่างเดียวว่าต้องรีบช่วยชีวิตคนให้ได้ก่อน
ทางด้าน นายวีราทร อายุ 17 ปี อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิฮาลูน และมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ เล่าว่า ขณะนอนหลับอยู่ได้ยินเสียงดังโครม จึงมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วพบว่าบ้านข้างๆ หายไปแล้ว จึงรีบขึ้นไปเรียกคุณลุงให้ลงมาช่วย เมื่อพบว่ามีผู้ติดอยู่ด้านในสุดของบ้าน จึงรีบโทรศัพท์ประสานงานขอทีมกำลังคนมาสนับสนุนการช่วยเหลือ การเข้าไปช่วยเหลือทำได้ยากลำบากเนื่องจากไม่มีทางลง ต้องปีนข้าม และพื้นที่เต็มไปด้วยตะปู ตัวบ้านไม่มีกระแสไฟฟ้าหรือน้ำประปาอยู่แล้วเนื่องจากถูกตัดระบบไว้ และปกติอาศัยต่อไฟจากวัดมาใช้ ตัวบ้านมีสภาพเก่าและมีอาการเอียงไปข้างหนึ่งอยู่แล้วล่วงหน้า ซึ่งผู้เข้าช่วยเหลือและชาวบ้านต่างคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะต้องพังถล่มลงมาสักวัน
ส่วน นายต๋อย อายุ 70 ปี ผู้อยู่อาศัย เลขที่ 443 ม.3 ต.ทรงคนอง (บ้านเกิดเหตุ) เล่าว่าขณะที่ลุงกำลังนอนหลับอยู่ บ้านได้เกิดพังถล่มลงมาแบบยุบพุบลงมาทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว หลังบ้านพังถล่ม โครงสร้างได้ล้มลงมาทับ เจ้าหน้าที่จึงเข้ามาช่วยนำตัวลุงออกมาได้สำเร็จ ลุงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และยังคงสามารถเดินเหินได้ตามปกติ ลุงอยู่อาศัยที่บ้านหลังนี้เพียงลำพังมานานกว่า 50 ปี
ทางด้าน นายชูชาติ (กำนันหมู) กำนันตำบลทรงคนอง เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสมาชิก อบต. หมู่ 3 ว่ามีเหตุบ้านในหมู่ 3 พังถล่มลงมา จึงได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบทันที บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านเก่าที่มีอายุมากกว่า 20 ปี และมีสภาพเอียงโย้ลงมาก่อนหน้านี้ ซึ่งก่อนเกิดเหตุเริ่มมีสัญญาณว่าสภาพบ้านไม่ค่อยดี จึงมีความพยายามจะระดมความช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์จนเกิดถล่มลงมาเสียก่อน มีผู้พักอาศัยอยู่เพียงลำพัง 1 คน ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย (มีอาการเคล็ดขัดยอก) และปลอดภัยดีแล้ว พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของวัดป่าเกด ซึ่งมีเจ้าอาวาส ฝ่ายปกครอง อบต. หมู่ 3 และทีมงานสารวัตรหมึก เข้ามาช่วยกันยกโครงสร้างที่ล้มขวางถนนออก เพื่อเปิดเส้นทางให้ใช้งานได้ตามปกติ ทาง อบต. จะพิจารณาหาแนวทางในการดำเนินขั้นตอนช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัยต่อไป
พระครูปลัดภาณุรักษ์ สุเมโธ เจ้าอาวาสวัดป่าเกด กล่าวว่า นายต๋อยเป็นชาวบ้านในพื้นที่เก่าแก่ อาศัยอยู่เพียงลำพังมานานกว่า 30 ปี บ้านมีสภาพเก่า ผุพังไปตามกาลเวลา จนเกิดเหตุถล่มลงมา ทางวัด ไวยาวัจกร และคณะกรรมการ จะร่วมกันออกหนังสือรับรองการเช่าที่ดินของวัด เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นเรื่องขอรับงบประมาณเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อน ในเรื่องการพักอาศัย หากผู้ประสบภัยยังไม่มีที่อยู่ใหม่ ทางวัดพร้อมจัดเตรียมพื้นที่ให้เข้ามาพักอาศัยชั่วคราวได้
