- 22 ก.ย. 2569
รวบ "เจ้นุ๊ก เขาค่าย" เอเย่นต์ยาเสพติดรายสำคัญสวี ยึดไอซ์ 104 กรัม-ยาบ้า 1 หมื่นเม็ด ซุกซุ้มไก่ชน-กอไผ่ริมคลอง
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายทวีป ไทยสวี นายอำเภอสวี จ.ชุมพร สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง อ.สวี ตรวจสอบเบาะแสเกี่ยวกับ น.ส.อรอุมา หรือ “เจ้นุ๊ก” ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดในพื้นที่ หลังผู้ค้ารายย่อยที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้จำนวน 5 ราย ให้ข้อมูลเชื่อมโยงว่าเป็นผู้จัดหาและจำหน่ายยาเสพติดรายสำคัญ
ต่อมา นายบุญก้อง ศรีสงคราม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.สวี ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ อส. และตำรวจ สภ.นาสัก วางแผนเข้าตรวจสอบเป้าหมายบริเวณค่ายเลี้ยงไก่ชนรังสหาย ซอยน้ำตก หมู่ 12 ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงพื้นที่ พบ น.ส.อรอุมา นอนอยู่บนเปลภายในค่ายไก่ชน จึงแสดงตัวและเข้าตรวจค้น โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจดูแลพื้นที่โดยรอบ
ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 104.11 กรัม ซุกซ่อนอยู่กับตัว จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนเจ้าหน้าที่สอบถามเพื่อขยายผล
จากการสอบถาม น.ส.อรอุมา ให้ข้อมูลว่ายังมียาบ้าอีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่บริเวณกอไผ่ริมคลอง ห่างจากค่ายไก่ชนประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปตรวจสอบและให้ชี้จุดดังกล่าว
กระทั่งพบยาบ้าจำนวน 10,000 เม็ด บรรจุอยู่ในห่อกระดาษและหุ้มด้วยพลาสติกใส เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปสอบสวนขยายผลที่ สภ.นาสัก เพื่อดำเนินการติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาสัก ดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายบุญก้อง ศรีสงคราม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.สวี กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามยาเสพติดตาม “Operation 90 Day ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” รวมถึงมาตรการป้องกันปัญหาความรุนแรงและภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นสกัดกั้นปัญหาตั้งแต่ต้นทาง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า น.ส.อรอุมา ถือเป็นผู้ต้องหารายสำคัญ หลังมีผู้ค้ารายย่อย 5 รายให้ข้อมูลเชื่อมโยงถึง จึงติดตามตรวจสอบและวางแผนเข้าจับกุม โดยฝ่ายปกครอง อ.สวี ยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวทาง “จับให้รู้จัก” เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
