หนุ่มสุดช้ำ ถูกพ่อสวมสิทธิ์สร้างหนี้ ลงมือทำร้าย ต้องมาชดใช้แทน

หนุ่มสุดช้ำ ถูกพ่อสวมสิทธิ์สร้างหนี้ ลงมือทำร้าย ต้องมาชดใช้แทน แชร์เรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าไว้ใจใครมากเกินไป

กำลังเป็นประเด็นที่แชร์อยู่ในโซเชียล มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เล่าเรื่องราวที่ถูกพ่อแท้ๆ สวมสิทธิ์สร้างหนี้ ทำร้ายร่างกาย ใช้ชีวิตสุขสบาย ส่วนลูกชายต้องมานั่งทนทุกน์ใช้หนีแทน ขอเรียกร้องความยุติธรรมและแชร์เป็นอุทาหรณ์

หนุ่มสุดช้ำ ถูกพ่อสวมสิทธิ์สร้างหนี้ ลงมือทำร้าย ต้องมาชดใช้แทน

ระบุว่า... ฝากแชร์หน่อยนะครับ บุคคลที่ทำร้ายร่างกายทำงานเกี่ยวกับงานประกัน ซึ่งเป็นงานที่ต้องคอยดูแลชีวิตผู้คน แต่มีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายแม้แต่ลูกชายของตัวเอง รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตอยู่สบายบนความทุกข์ของลูกชายที่ต้องมานั่งชดใช้หนี้ให้ครับผม

 

สวัสดีครับ ผมมีเรื่องอยากเล่าไว้เป็นอุทาหรณ์ครับ

 

ผมถูกพนักงานบริษัทประกันเจ้าดังซึ่งเป็นพ่อแท้ๆสวมชื่อไปขายประกัน โดยเขาได้สร้างหนี้สินจากชื่อของผมรวมถึงได้ทำร้ายร่างกาย และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากทางบริษัทครับ

 

ไทม์ไลน์ :

ผมเข้ามหาลัยได้ปี65 ผมได้ถูกพ่อขอร้องให้ผมนำชื่อไปขายประกันเพิ่มค่าคอมให้เขา โดยบอกกับผมว่าเป็นการหารายได้เพิ่มให้เขานิดๆหน่อยๆ

(พ่อกับแม่หย่าร้างกัน ผมอยู่กับแม่ แต่ยังติดต่อทางพ่ออยู่ครับ)

ซึ่งตอนแรกผมไม่ยินยอมครับ แต่ปัญหาคือเขาไม่คุยกับผมไม่ตอบผม รวมถึงไม่โอนค่าอาทิตย์ให้ผม ผมเลยตอบตกลงไปเพราะมันแค่สอบเอาใบตัวแทนประกันครับ

(ผมได้ค่าอาทิตย์ละ1พันบาทเป็นค่ากิน เพราะผมไม่สามารถทำงานเสริมได้ เนื่องจากมีอาการชัก จากการทานยาเกี่ยวกับจิตเวชครับ เคยทำงานแล้วไปชักที่ทำงาน)

หลังจากนั้นปี66 พ่อได้โทรมาถามว่ามีวันว่างไหม จะให้ไปออกรถยนต์เป็นชื่อผมให้หน่อย ซึ่งเขาบอกว่าเขาจะจัดการเรื่องเอกสารเองทั้งหมดครับ ผมมีหน้าที่แค่ไปเซ็นและรับรถเท่านั้น ซึ่งเขาก็พูดทำนองว่าช่วยเขาหน่อย จะได้มีรถขับไปทำงาน ผมก็อยากตอบแทนพ่อรวมถึงโปรไฟล์เขาดูดีมีเงินมีงานและมีความรับผิดชอบครับ เลยยินยอมไปทำให้

 

หลังจากได้รถมา พ่อได้บอกผมว่าให้มาสแกนหน้าให้หน่อย เพราะจะนำไปสมัครแอปสำหรับจ่ายค่างวดรถ แต่จริงๆแล้วคือเปิดบัตรเครดิตครับ และผมก็ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆของผม การสนทนาจะมีแค่ผมทักไปขอค่าอาทิตย์เขา กับบางทีที่เขาขอบัตรประชาชนผมครับ โดยไม่ให้เหตุผลว่าเอาไปทำอะไร

 

เข้าปี69เขาบอกขอบัตรประชาชนผมอีก ผมถามเขาแล้ว เขาบอกว่าจะเปลี่ยนบริษัทประกัน โดยให้ผมเข้าอบรมออนไลน์ให้เท่านั้น จนมาถึงช่วงต้นเดือนมิถุนา เขาต้องการให้ผมไปอบรมแบบต่อหน้าที่โรงแรม แต่ผมไปไม่ได้เพราะผมฝึกงานจากมหาลัยอยู่ เขาก็ไม่พอใจผมครับ จนท้ายเดือนมิถุนายนเขาอยากออกรถคันใหม่และให้ผมเป็นคนค้ำให้ แต่ทางภรรยาเขาโทรมาบอกผมว่าห้ามเซ็นเพราะเขาจะเอารถไปให้แฟนคนใหม่ครับ สุดท้ายเขาก็น่าจะไม่พอใจผมที่ไม่ไปเซ็นให้

 

และช่วงสิ้นเดือนนั้นก็มีจดหมายจากทนายว่าบังคับให้ผมจ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิต ซึ่งผมแจ้งไปทางเขารวมถึงถามว่าเอาชื่อผมไปทำบัตรหรอ เขาบอกแค่ว่าจะรับผิดชอบเอง

 

สุดท้ายเดือนสิงหาคม ผมถูกหมายเรียกจากศาล ผมเลยไปหาเขาที่บ้าน เจตนาคือนอกจากอยากให้เขาเอาชื่อออกจากตัวแทนประกันชีวิต ยังให้เขาชดใช้หนี้สินที่เขาสร้างไว้ด้วย ระหว่างการพูดคุยเขาก็ใช้อารมณ์โมโหตลอด และก็ได้ทำร้ายร่างกายผมจากสาเหตุนั้น ผมจึงได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันครับ

หนุ่มสุดช้ำ ถูกพ่อสวมสิทธิ์สร้างหนี้ ลงมือทำร้าย ต้องมาชดใช้แทน

ผมเลยยื่นเรื่องการปลอมแปลงเอกสารและสวมชื่อทำงานไปที่บริษัทประกัน ทางบริษัทตอบกลับว่าได้รับข้อมูลแล้ว ต่อมาผมได้มีการทวงถามว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว ก็ไม่มีการตอบกลับครับ ผมเลยไปที่ศูนย์ใหญ่ที่สุขุมวิท พร้อมยื่นเอกสารอีกรอบ ทางนั้นก็รับเรื่องไว้ โดยผมมีเจตนา2อย่างคือ 1.เอาชื่อผมออก 2.ยื่นเรื่องการสวมสิทธิ์ แต่ทางบริษัทแจ้งว่าจะลาออกได้ ต้องให้ผู้อำนวยการสายงานเป็นคนเซ็น ซึ่งคนๆนั้นผมคาดว่าเป็นคนรู้จักพ่อผมจากหลักฐานที่โพสในโซเชียลของเขาครับ และสุดท้ายหลักฐานที่ผมส่งไป เช่น พ่อปลอมชื่อไลน์เป็นชื่อผมใช้คุยกับลูกค้า และพอผมยื่นเอกสารไปสองวันพ่อก็เปลี่ยนชื่อไลน์เป็นตัวเองครับ

 

ผมเกรงว่าเรื่องจะไม่เดินต่อหรือได้รับความเป็นทำ เพราะสายงานเขาน่าจะมีรายได้ดีต่อบริษัท รวมถึงเรื่องบัตรเครดิตและรถยนตร์ที่เป็นชื่อผมก็กลายเป็นพ่อทิ้งให้ผมรับผิดชอบทั้งหมดครับ

 

สุดท้าย ผมอยากเป็นส่วนนึงของการออกมาพูดและเตือนเรื่องการไว้ใจคนในครอบครัว ผมจนปัญญา หาทางออกไม่เจอ

 

เพราะทุกวันนี้หลังจากที่ทำร้ายผมชีวิตเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ กำลังเลื่อนตำแหน่ง ได้ไปต่างประเทศ แต่ผมต้องมาทุกข์ทรมานกับปัญหาสุขภาพจิต ที่กินข้าวไม่ได้นอนไม่หลับ น้ำหนักลดไป6-7กิโล และมีอาการผวากลัวจากเหตุที่เกิด รวมถึงโรคซึมเศร้าและไบโพล่าของผมกลับมาเป็นหนักอีกครั้ง ขอบคุณมากๆเลยนะครับ

 

Edit1 : คนที่นำชื่อผมไปใช้ไม่ได้มีแค่พ่อผมครับ ยังมีคนสวมชื่อผมไปใช้อีกท่านนึง แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้อย่างชัดเจนว่าใครใช้บ้างนอกจากคำพูดที่หลุดออกมา หากมีอัพเดทผมจะมาแจ้งให้ทราบนะครับ