“ฟุตกอง” แฉเว็บพนันของอินฟลู เข้าหานักการเมืองช่วยเหลือเรื่องคดี

“ฟุตกอง” แฉ เว็บพนัน USA BET ของอินฟลู ร่ำรวยมาจากเว็ปก่อนพยายามเข้าหานักการเมืองช่วยเหลือเรื่องคดี และให้ นอมีนี จ.ทำการรับเงินย้ายเงิน

นายฟุตกอง นักขับเคลื่อน ที่เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้กับผู้พิการ แต่นายฟุตกอง ได้เปิดเผยถึง เส้นทางการเงินและฐานปฏิบัติการของเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ ชื่อ “USA BET” ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2562 บอกว่า เครือข่ายนี้มีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ในบริเวณที่เรียกว่า “ซอยจีน” หรือ “ซอยอินโดนีเซีย” ซึ่งเป็นพื้นที่สัมปทานของทุนจีนและอินโดนีเซีย

“ฟุตกอง” แฉเว็บพนันของอินฟลู เข้าหานักการเมืองช่วยเหลือเรื่องคดี

โดยตึกปฏิบัติการของเครือข่ายนี้ ชั้น 1 เป็นร้านกาแฟ / ชั้น 2 เป็นของเสี่ยรายหนึ่งที่ปัจจุบันถูกจำคุกอยู่ / ส่วนชั้น 3 เป็นศูนย์ปฏิบัติการของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง  

นายฟุตกอง ยังบอกว่า อินฟลูฯ รายนี้ไม่ได้สร้างฐานะจากการสนิทสนมกับนักการเมืองตั้งแต่แรก แต่สะสมความร่ำรวยมาจากเว็บพนัน USA BET แล้วพยายามเข้าหานักการเมืองเพื่อใช้เป็นแบ็กป้องกันคดีในอนาคต  

โดยเครือข่ายนี้มีการทำงานเป็นกลุ่มและกระจายตัวกันทำ ทั้งตั้งกลุ่มแชตทวงยอดรายวัน มูลค่าหมุนเวียนรวมกัน คาดว่าสูงถึงหลายพันล้านบาทจนถึงหมื่นล้านบาท

“ฟุตกอง” แฉเว็บพนันของอินฟลู เข้าหานักการเมืองช่วยเหลือเรื่องคดี

เมื่อถามเครือข่ายนี้มีนอมินีหรือไม่ นายฟุตกอง ระบุว่า เครือข่ายนี้เริ่มยักย้ายทรัพย์สิน โดยใช้ “นอมินี อักษรย่อ จ.” เป็นคนใกล้ชิดที่เดินตามอินฟลูฯ คนดังกล่าว ทำหน้าที่รับโอน และย้ายเงินทั้งหมดแทน  

นอกจากนี้ นายฟุตกอง ยังบอกอีกว่า อินฟลูฯ คนยี้ วางหมากที่จะเข้าวงการการเมือง โดยพบว่าในช่วง ปี 2567 ตนมีภาพหลักฐานว่า อินฟลูฯและถรรยาของอธิบดีกรมหนึ่ง ได้เดินทางเข้าพบอธิบดีกรมการข้าวก่อนวันประมูลโครงการเพียง 1 วัน รวมถึงมีการเข้าร่วมประชุมกับอธิบดีในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้อง  

แต่พออธิบดีไปเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตในโครงการจัดซื้อชีวภัณฑ์และปุ๋ย ทำให้โครงการที่จะเข้าเส้นทางการเมืองยุติไป


นอกจากนี้นายฟุตกอง ยังได้พูดถึงกรณี โควตาสลับเป็นแบ่งรัฐบาล ว่าการทุจริตดังกล่าวเชื่อมโยงถึงคนดังและนักการเมือง ระบุว่าปัจจุบันผู้พิการและนักกีฬาคนพิการไม่ได้รับสิทธิ์จริงตามที่ควรจะได้ ทั้งที่เรียกร้องมานานหลายปี โดยเน้นย้ำว่าผู้พิการไม่ได้มาขอฟรีๆ แต่ต้องการสิทธิ์ของคืนเพื่อนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้  

ยกตัวอย่าง คือ สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย เคยได้รับโควตาสลากงวดละประมาณ 260,000 กว่าใบ แต่ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา สมาชิกกลับไม่เคยได้รับสลากเลยแม้แต่ใบเดียว ทั้งที่ขอเพียงงวดละประมาณ 300–500 ใบ เพื่อให้นักกีฬาตาบอดที่ปลดระวางมีอาชีพเลี้ยงตัว

และเมื่อมีการร้องเรียนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทาง DSI ได้มีหนังสือชี้แจงออกมาว่า รายชื่อสมาชิกที่ทางสมาคมส่งไปนั้น มีลักษณะเป็น “สมาชิกผี” หรือการสวมสิทธิ์ เมื่อสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบรายชื่อดังกล่าว พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งเป็นคนตาดีและคนปกติทั่วไป ที่ไม่เคยได้รับสลากแม้แต่เล่มเดียว แต่รับจ้างถูกนำชื่อไปใช้โดยได้ค่าตอบแทนเพียง 500 บาท  

รวมถึงโควตาสลากดังกล่าวหลุดไปอยู่ในมือกลุ่มทุนเอกชน และถูกนำไปขายต่อให้กับยี่ปั๊ว ส่งผลให้ผู้พิการที่ต้องการขายจริง ต้องไปรับซื้อต่อในราคาใบละ 85–87 บาท ทำให้ไม่มีทางขายในราคา 80 บาทได้ ตนจึงท้าให้เปิดเผยข้อมูลว่า สลากเล่มดังกล่าวพิมพ์ระบุวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลอย่างไร และรับสลากมาจากที่ใด  

นายฟุตกอง ระบุข้อมูลจากกลุ่มผู้พิการว่า มี “นักการเมืองชื่อดัง” เข้ามาเกี่ยวข้องและได้รับโควตาสลากสูงถึง 3 ล้านใบต่องวด ก่อนนำมาเก็งกำไรฟันส่วนต่างใบละ 2 บาท 

และแม้ตนจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หรือกองสลากจะรับทราบปัญหา แต่กลับทำเพียงแจ้งให้สมาคมไปแก้ไขรายชื่อให้ถูกต้องโดยไม่มีการลงโทษ จึงมองว่ามีเพียงนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่มีอำนาจสั่งการแก้ปัญหาและจัดสรรโควตาสลากให้ผู้พิการอย่างจริงจัง แต่ยอมรับว่าตนยังไม่เชื่อมือในการแก้ปัญหาครั้งนี้ การมายื่นเรื่องจึงเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์