- 22 ก.ย. 2569
ครม.เคาะแล้ว ปรับเกณฑ์คืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ 4 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์เดิม โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา และผู้เรียน สกร.
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการ และผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569
สำหรับเดือนตุลาคม 2569 ผู้มีสิทธิจะได้รับวงเงินสวัสดิการเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิม 300 บาทต่อคนต่อเดือน โดยเป็นการเพิ่มวงเงินอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน
ขณะเดียวกัน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ครม. ยังมีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อคืนสิทธิให้แก่นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา และผู้เรียนในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ที่ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์เดิม
นายอัครนันท์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการพยายามผลักดันเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เรียน เนื่องจากที่ผ่านมา นักเรียนและนักศึกษาบางส่วนต้องเผชิญกับทางเลือกที่ไม่ควรเกิดขึ้น คือการตัดสินใจว่าจะเรียนต่อ หรือรักษาสิทธิด้านสวัสดิการของรัฐ
ครม.เห็นชอบแนวทางคืนสิทธิให้กับพวกเขาแล้ว เด็กคนหนึ่งไม่ควรต้องเลือกระหว่างอนาคตทางการศึกษาของตัวเองกับสวัสดิการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เราอยากเห็นเด็กทุกคนได้เรียนต่อ ได้มีโอกาสสร้างอนาคตของตัวเอง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนแล้วสิทธิที่ครอบครัวพึ่งพาอยู่จะหายไป เพราะหน้าที่ของรัฐคือการสร้างโอกาส ไม่ใช่ทำให้เด็กต้องเลือกว่าจะเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง นายอัครนันท์ กล่าว
ทั้งนี้ สำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่มีฐานะทางเศรษฐกิจเปราะบาง เงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และช่วยให้สามารถเดินหน้าศึกษาต่อได้
การปรับเกณฑ์และคืนสิทธิในครั้งนี้ ยังมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา สามารถกลับเข้าสู่ระบบได้อีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องหยุดเรียนจากข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการต้องการลดอุปสรรคดังกล่าว เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสกลับมาเรียนต่อและเดินหน้าสร้างอนาคตของตัวเอง
นายอัครนันท์ ระบุเพิ่มเติมว่า “เกณฑ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การพิจารณาคุณสมบัติสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้เรียนที่มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ”
