- 23 ก.ย. 2569
เตือนภัยเห็ดพิษหน้าฝน! สคร.9 เผยอีสานใต้ป่วย 335 ราย ชัยภูมิวิกฤตดับ 1 ชี้ต้มใส่กระเทียมหรือปรุงสุกเช็กพิษไม่ได้ หากป่วยห้ามล้วงคอ รีบส่ง รพ. ด่วน
นครราชสีมา (23 กันยายน 2569) - นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา (สคร.9) เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่เห็ดป่าตามธรรมชาติเจริญเติบโตได้ดี จึงมีประชาชนจำนวนมากนิยมออกไปเก็บเห็ดป่ามาประกอบอาหารหรือจำหน่าย ทว่าเห็ดป่าที่ขึ้นตามธรรมชาตินั้นมีทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะรูปร่างและสีสันภายนอกใกล้เคียงกันมาก โดยเฉพาะเห็ดในระยะดอกตูมจะไม่สามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด เก็บเห็ดพิษมาปรุงอาหารโดยไม่ตั้งใจ ส่งผลให้เกิดภาวะพิษรุนแรงและอันตรายถึงแก่ชีวิต
จากการรายงานข้อมูลสถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดพิษ ในเขตสุขภาพที่ 9 ของกลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจากเห็ดสะสมแล้วถึง 335 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เมื่อจำแนกตามรายจังหวัด พบว่า จังหวัดชัยภูมิ มีจำนวนผู้ป่วยสูงที่สุดถึง 188 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย รองลงมาคือ จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วย 65 ราย (ไม่พบผู้เสียชีวิต), จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 58 ราย (ไม่พบผู้เสียชีวิต) และจังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วย 24 ราย (ไม่พบผู้เสียชีวิต) โดยสถิติระบุว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือกลุ่มอายุ 55-64 ปี และอาชีพที่พบป่วยมากที่สุดคือเกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่และพืชผัก
ผู้อำนวยการ สคร.9 นครราชสีมา กล่าวเน้นย้ำเตือนภัยว่า หากรับประทานเห็ดพิษเข้าไป จะส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว และหากเป็นเห็ดพิษร้ายแรงอาจส่งผลให้เกิดภาวะตับวาย ไตวาย จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงขอเตือนประชาชน หากเจอเห็ดป่าที่ไม่รู้จักหรือไม่แน่ใจ ไม่ควรเก็บ ไม่ควรซื้อ และไม่นำมารับประทานอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ขอให้อย่าหลงเชื่อวิธีทดสอบเห็ดพิษตามความเชื่อพื้นบ้านดั้งเดิม เช่น การนำไปต้มกับข้าวสาร หอมแดง หรือกระเทียมแล้วดูการเปลี่ยนสี, การใช้ช้อนหรือเครื่องเงินจุ่มทดสอบ หรือสังเกตรอยกัดกินของแมลงและสัตว์ เนื่องจากวิธีเหล่านี้ไม่สามารถพิสูจน์พิษได้จริง และการนำเห็ดไปปรุงจนสุกก็ไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัย เพราะสารพิษในเห็ดบางชนิดทนต่อความร้อนได้สูงมาก
ทั้งนี้ หากรับประทานเห็ดแล้วเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว ข้อห้ามสำคัญคือ ห้ามใช้วิธีล้วงคอหรือให้ดื่มไข่ขาวดิบเพื่อกระตุ้นให้อาเจียนอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการสำลักเศษอาหารลงปอดจนเกิดอันตรายรุนแรงขึ้น แต่ควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านทันทีโดยไม่ต้องรอสังเกตอาการ พร้อมทั้งแจ้งประวัติการรับประทานเห็ดให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด หากมีตัวอย่างเห็ดที่เหลือจากการปรุงอาหารหรือภาพถ่าย ควรนำไปประกอบการวินิจฉัยของแพทย์ด้วย และเร่งแจ้งเตือนผู้ที่รับประทานเห็ดจากแหล่งเดียวกันให้เฝ้าระวังอาการ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
