เปิดชีวิต "ยายตุ่น" วัย 85 อยู่ลำพัง ลูก4 คนเสียชีวิต อ่านแล้วจุกอก

เปิดชีวิต "ยายตุ่น" วัย 85 ปี นั่งรอให้เช้าทุกวัน หลังลูก 4 คนจากไป เหลือเพียงบ้านและความทรงจำ คนแปลกหน้าติดกล้องไว้ให้คอยทักทาย อ่านแล้วจุกอก

 กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจและอบอุ่นหัวใจไปพร้อมกัน เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Nitsorn Phokha" เผยเรื่องราวของ "ยายตุ่น" หญิงชราวัย 85 ปี แม่ค้าขายข้าวหลามหน้าห้างสุรินทร์พลาซ่า ซึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังในบ้านหลังเดิม ท่ามกลางความทรงจำมากมาย หลังลูกทั้ง 4 คนเสียชีวิตจากไปก่อนแม่ ส่วนหลาน 3 คนต่างก็มีชีวิตของตัวเอง ต้องออกไปทำงานและดิ้นรนใช้ชีวิต โดยเจ้าของโพสต์ย้ำว่า "ไม่มีใครผิดเลย" เพราะทุกคนต่างต้องเดินหน้าต่อไป

เปิดชีวิต "ยายตุ่น" วัย 85 อยู่ลำพัง ลูก4 คนเสียชีวิต อ่านแล้วจุกอก
 

เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2569 และกลายเป็นไวรัล มีผู้กดไลก์กว่า 5.8 หมื่นครั้ง และแชร์กว่า 4.8 พันครั้ง โดยเจ้าของโพสต์เล่าว่า 05:30 น. ที่ไม่มีใครเห็น นอกจากกล้องวงจรปิด เมื่อเช้านี้ ผมเปิดกล้องวงจรปิดอีกครั้ง ภาพเดิมที่เห็นจนชินตายายตุ่นนั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะไม้ขอนหน้าบ้าน มือสองข้างเท้าคาง มองออกไปที่ความมืดที่ยังไม่สว่างเป็นท่านั่งเดิมๆ ที่เห็นมาตลอดหลายเดือน มีใครตื่นมาเห็นภาพนี้หรอกครับ นอกจากผมกับกล้องวงจรปิดตัวนี้

เปิดชีวิต "ยายตุ่น" วัย 85 อยู่ลำพัง ลูก4 คนเสียชีวิต อ่านแล้วจุกอก
เพราะบ้านยาย แกอยู่คนเดียว อยู่เงียบ และยายอยู่คนเดียวจริงๆ ผมเคยถามยายว่า ทำไมต้องตื่นเช้าขนาดนี้ยายบอกว่า "มันนอนไม่หลับลูกเอ๊ย ตื่นมาแล้วก็นั่งรอให้เช้า" คำว่า "นั่งรอให้เช้า" ของคนอายุ 85 ปี มันไม่ได้หมายถึงรอพระอาทิตย์ขึ้นอย่างเดียว แต่มันหมายถึงรอให้วันใหม่มันผ่านไปอีกวัน บ้านหลังนี้เคยมี หลายชีวิตครับ 

วันนี้เหลือ 1 คน กับความทรงจำ ที่ลอยอยู่ในอากาศตรงลานปูนหน้าบ้าน ลูกทั้ง 4 คนจากโลกนี้ไปหมดแล้ว ไม่มีใครอยากทิ้งแม่ไว้แบบนี้ แต่ชีวิตก็เป็นแบบนี้หลาน 3 คนก็มีชีวิตของตัวเอง ต้องไปทำงาน ต้องดิ้นรน ไม่มีใครผิดเลยครับ ทุกคนต้องดิ้นรนจริงๆ แต่คนที่ต้องอยู่ให้ได้ คือคนที่อยู่ตรงนี้ คนที่นั่งเท้าคางอยู่หน้ากล้องตอนตีห้าครึ่ง

ถึงผมจะไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่เลือดเนื้อ แค่คนแปลกหน้าที่เคยซื้อข้าวหลามยายหน้าห้างสุรินทร์พลาซ่า แต่วันนี้...ผมกลับเป็นคนที่เห็นยายเป็นคนแรกของวัน และอดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ถ้าวันไหนผมเปิดกล้องตอนตีห้าครึ่ง แล้วเก้าอี้ตัวนั้นว่าง ถ้าวันไหนไม่มีคนนั่งเท้าคางรอฟ้าสว่าง วันนั้นคงเป็นวันที่แปลกที่สุด และเป็นวันที่ผมต้องวางทุกอย่างแล้วขับรถไปท่าตูมทันที

เปิดชีวิต "ยายตุ่น" วัย 85 อยู่ลำพัง ลูก4 คนเสียชีวิต อ่านแล้วจุกอก

เพราะความเงียบที่หายไป มันน่ากลัวกว่าความเงียบที่เคยมี หลายคนถามผมว่า ทำไมต้องติดกล้องให้ยาย ผมไม่ได้ติดเพราะกลัวยายจะล้ม ไม่ได้ติดเพราะกลัวขโมย ผมติดเพราะอยากให้ยายรู้ว่า ยังมีคนเห็นยายอยู่ ยังมีคนรอทักทายยายผ่านกล้องตัวเล็กๆ นี้ทุกเช้า คุณยายยังโชคดีกว่าหลายๆ คนบนโลกใบนี้ครับ อย่างน้อยๆ ยายก็ยังมีบ้านให้ตื่นมานั่ง ยังมีโต๊ะไม้ขอนให้นั่งเท้าคาง ยังมีลมหายใจให้รอเช้าวันใหม่ แต่ความโชคดีนั้น ต้องแลกมาด้วยการอยู่คนเดียวให้ได้ทุกวัน ซึ่งเป็นบทเรียนที่ยากที่สุดของคนแก่ สังคมสูงวัยของบ้านเรา ไม่ได้มาในรูปแบบตัวเลขในข่าว แต่มาในรูปแบบยายตุ่นที่นั่งอยู่หน้าบ้านตอนตีห้าครึ่งแบบนี้แหละครับ มาแบบเงียบๆ ไม่มีเสียง เช้านี้ 05:30 น. ผมเห็นยายแล้ว ผมสบายใจแล้วครับ ขอบคุณที่ยังตื่นมานั่งให้ผมเห็นนะยาย พรุ่งนี้เช้า ผมจะเปิดดูอีกครั้งนะครับ ไม่ได้เปิดรับบริจาคครับ แค่บันทึกเรื่องราวของยายไว้ ให้เราได้กลับไปมองคนแก่ที่บ้านเราบ้าง ก่อนที่เก้าอี้หน้าบ้านของเราจะว่างไป

เปิดชีวิต "ยายตุ่น" วัย 85 อยู่ลำพัง ลูก4 คนเสียชีวิต อ่านแล้วจุกอก

ชาวเน็ตแห่ชื่นชมความมีน้ำใจ คนแปลกหน้าที่ไม่ปล่อยให้ยายตุ่น ต้องอยู่กับความเหงาเพียงลำพัง พร้อมส่งกำลังใจให้คุณยายจำนวนมาก

ขอบคุณข้อมูลจาก Nitsorn Phokha