- 25 ก.ย. 2569
อินฟลูฯ ดัง เปิดภาพสร้างบ้าน 6 แสน เก็บเงิน 4 ปี หวังสร้างบ้านให้แม่ ล่าสุดเห็นสภาพแล้วใจหาย ฝันสลายผู้รับเหมาทิ้งงาน
กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ เมื่อ "ป้านุช" อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เจ้าของช่อง TikTok "เที่ยวไปกินไปสไตล์ป้านุช" ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 9 แสนราย เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ที่สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ หลังครอบครัวอ้างว่าถูกผู้รับเหมาสร้างบ้านไม้น็อคดาวน์ผิดสัญญาและทิ้งงาน จนบ้านอยู่ในสภาพไม่สามารถพักอาศัยได้
เรื่องนี้เริ่มจากลูกชายของป้านุช ซึ่งเดินทางไปทำงานในต่างประเทศนานถึง 4 ปี เพื่อเก็บเงินสร้างบ้านหลังเล็กๆ ให้แม่บนที่ดินของครอบครัวในจังหวัดนครปฐม โดยเจ้าตัวอ้างว่าทำงานหนักวันละเกือบ 20 ชั่วโมงแทบไม่มีวันหยุด จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 550,000 บาท ก่อนนำเงินก้อนดังกล่าวมาสร้างบ้านในฝันให้แม่ได้อยู่อาศัยในช่วงบั้นปลายชีวิต
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ครอบครัวได้ตกลงว่าจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านไม้น็อคดาวน์ พร้อมตกแต่ง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 550,000-650,000 บาท โดยกำหนดส่งมอบงานวันที่ 28 กันยายน 2568
แต่เมื่อถึงกำหนดกลับมีการเลื่อนส่งมอบหลายครั้ง โดยผู้เสียหายระบุว่าถูกผลัดส่งมอบเกือบ 10 ครั้ง รวมระยะเวลาล่าช้ากว่า 174 วัน ก่อนที่บ้านจะถูกนำมาส่งในวันที่ 20 มีนาคม 2569
อย่างไรก็ตาม เมื่อบ้านมาถึงกลับพบว่าสภาพไม่เป็นไปตามแบบและข้อตกลงที่คุยกันไว้ โดยผู้เสียหายระบุว่าพบปัญหาหลายจุด ทั้งประตูถูกนำไปติดแทนหน้าต่าง หน้าต่างติดตั้งในลักษณะที่ปิดไม่สนิทจนเห็นช่องลมเป็นนิ้ว ประตูกระจกบานเฟี้ยมเปิดแล้วหลุดลงมาทันที รวมถึงการเดินสายไฟแบบลอยที่ผู้เสียหายมองว่าไม่ปลอดภัย
นอกจากนี้ยังพบว่าผนังและพื้นคอนกรีตมีพื้นผิวขรุขระเป็นคลื่น บันไดมีเสี้ยนไม้และโยกคลอน ขณะที่บริเวณระแนงไม้ยังปรากฏสัญลักษณ์ “WY” ซึ่งกลายเป็นอีกประเด็นที่สร้างข้อสงสัยให้กับครอบครัว
หลังจากนั้นผู้รับเหมามีการแจ้งว่าจะส่งช่างเข้ามาแก้ไข แต่ตามคำกล่าวอ้างของผู้เสียหาย กลับส่งช่างเข้ามาเพียง 1-2 คน และทำงานไม่ต่อเนื่อง โดยบางครั้งทิ้งหน้างานไว้นานเกือบเดือน ก่อนกลับมาแก้ไขใหม่ ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 4-5 ครั้ง โดยมีการอ้างว่าต้องกลับไปทำนา จนเวลาผ่านไปและยังไม่สามารถทำบ้านให้แล้วเสร็จได้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ผู้เสียหายระบุว่า ผู้รับเหมาได้ตัดช่องทางการติดต่อ บล็อกหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมส่งข้อความขอยุติการแก้ไข และระบุให้ผู้เสียหายดำเนินการฟ้องร้องหรือโพสต์เรื่องราวลงโซเชียลได้
เรื่องราวยิ่งเป็นที่สนใจ หลังป้านุชนำคลิปสภาพบ้านและรายละเอียดเหตุการณ์ไปเผยแพร่ผ่าน TikTok จนมียอดเข้าชมกว่า 1.5 ล้านวิว และมีผู้ใช้งานรายอื่นเข้ามาติดต่อ พร้อมอ้างว่าเคยได้รับความเสียหายจากผู้รับเหมารายเดียวกันในลักษณะคล้ายกัน โดยบางรายยังไม่กล้าเปิดเผยตัว เพราะกังวลว่าจะไม่ได้บ้าน
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลจากช่างชุดเก่าของผู้รับเหมารายดังกล่าว ซึ่งอ้างว่าเคยถูกข่มขู่คุกคามไม่ให้ติดต่อหรือให้ข้อมูลกับฝั่งผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
สำหรับความเสียหายเบื้องต้นในเคสของป้านุช ครอบครัวประเมินไว้ประมาณ 550,000-650,000 บาท ขณะที่ระยะเวลาปัญหายืดเยื้อมานานเกือบ 2 ปี และจนถึงขณะนี้บ้านยังไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยได้ ทำให้เงินเก็บตลอด 4 ปีจากการทำงานหนักของลูกชายยังไม่สามารถนำมาใช้สร้างบ้านให้แม่ได้ตามความตั้งใจ
ด้าน นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เปิดเผยภายหลังรับเรื่องว่า จะจัดทีมทนายความส่วนตัวและทีมทนายความจิตอาสา ร่วมกับสภาทนายความ เข้ามาประเมินมูลค่าความเสียหายและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ดร.ธนกฤต ระบุว่า จากข้อมูลเบื้องต้น ประเด็นดังกล่าวอาจไม่ได้มีเพียงเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น แต่หากตรวจสอบพบว่ามีการโฆษณาหรือแสดงข้อมูลเกี่ยวกับบ้านที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาจต้องพิจารณาประเด็นความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหากพบผู้เสียหายจำนวนมากและมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกัน ก็อาจต้องตรวจสอบประเด็นฉ้อโกงประชาชนต่อไป
ส่วนกรณีสัญลักษณ์ “WY” ที่ปรากฏบนตัวบ้าน ดร.ธนกฤต ระบุว่าจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ปปส. เพื่อขอให้ตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ พร้อมตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมของผู้รับเหมารายดังกล่าวอย่างละเอียด
นอกจากนี้ยังฝากถึง ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ให้ช่วยตรวจสอบกรณีที่ผู้เสียหายอ้างว่าเคยไปปรึกษาทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจ แต่ได้รับคำแนะนำที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยย้ำว่าทนายความอาสาซึ่งได้รับงบประมาณจากภาครัฐควรเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน
ดร.ธนกฤต กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเด็นที่รู้สึกสะเทือนใจที่สุดคือเงินเก็บตลอด 4 ปีของลูกชาย ซึ่งตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างบ้านให้แม่ พร้อมยืนยันว่าจะรวบรวมข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม
