- 26 ก.ย. 2569
กลายเป็นดราม่าเดือด "พระมหานภันต์" โพสต์ตกเครื่องกลางดึก ถูกโรงแรมดัง ปฏิเสธให้เข้าพัก อ้างเหตุเจ้าของเคร่งศาสนา
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึง เมื่อ “พระมหานภันต์ สกพ.” หรือ Ven. Napan IBHAP โพสต์เล่าเหตุการณ์หลังตกเครื่องกลางดึก เนื่องจากเที่ยวบินล่าช้าจากฝนฟ้าคะนอง ก่อนติดต่อเข้าพักโรงแรมชื่อดังใกล้สนามบิน แต่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพัก โดยอ้างเหตุว่าเป็นพระ พร้อมระบุว่าเจ้าหน้าที่แจ้งว่า “พระภิกษุเข้าพักไม่ได้ค่ะ เพราะเจ้าของโรงแรมเป็นมุสลิมที่เคร่งครัด”
โดยพระมหานภันต์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
อาตมาขอเพิ่มข้อมูลไว้ ตอนใกล้ 10 โมง เช้าวันพระใหญ่ ว่าเจ้าของเครือ...Hotel / เครือโรงแรม... นับถือศาสนาซิกข์ แต่ต้องย้ำว่า ชวนญาติโยมไม่มองไปที่ศาสนาใด แต่ขอให้เห็นผู้บริหารที่มีนโยบายเลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุแห่งศาสนา ชวนทุกท่านร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยส่งสารให้สังคมรู้ว่า การเลือกปฏิบัติเช่นนี้จะกระทำมิได้ ไม่ว่าโดยเหตุแห่งศาสนา เชื้อชาติ หรือเหตุอื่นใด
“พระภิกษุเข้าพักไม่ได้ค่ะ เพราะเจ้าของโรงแรมเป็นมุสลิมที่เคร่งครัด”
อาตมานึกไม่ถึงว่า ตกเครื่องเพราะดีเลย์ เนื่องจากฝนฟ้าคะนองจากกรุงเทพ ทำให้ไม่สามารถกลับไฟลท์ที่จองไว้ตอน 4 ทุ่ม 55 ได้ทัน ก็แย่พอแล้ว
(ขณะนี้เที่ยงคืน 39 นาที อาตมาได้ที่พักใหม่แล้ว โมทนาทุกท่านที่เป็นห่วง เจริญพร)
(วงเล็บนี้เขียนเพิ่มราวเกือบตีสอง ในเครื่องหมายคำพูดบรรทัดบนสุด คือคำที่เจ้าหน้าที่พูด เจริญพร และตอนหลัง ผจก.บอกว่าเจ้าของเป็นซิกข์ ประเด็นสำคัญที่สื่อสารกับทางโรงแรม คือไม่ว่าศาสนาใด ก็ไม่ควรเลือกปฏิบัติต่อใคร ด้วยการอ้างศาสนาแบบนี้ และก็ได้สื่อสารกับผู้อ่านไว้ข้างล่างแล้วว่า อย่าคิดต่อว่าศาสนาใด แต่ควรมาร่วมใจขจัดการเลือกปฏิบัติโดยอ้างศาสนา)
ยังมาเจอการเลือกปฏิบัติด้วยการอ้างศาสนา ซึ่งทั้งละเมิดสิทธิมนุษยชน และผิดรัฐธรรมนูญ เมื่อจำเป็นต้องพักโรงแรมใกล้ ๆ สนามบิน และจองมาแล้ว ชำระเงินแล้ว แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ได้ ด้วยเหตุที่เป็นพระ
ในเมืองไทย ถ้าเลือกพักวัดได้ พระย่อมเลือกไปพักวัดอยู่แล้ว ถ้าไม่มีเหตุ
แต่นี่เพิ่งตกเครื่อง และจะไปหาวัดที่ไหนแถวนี้ ที่เชียงใหม่ตอนใกล้จะเที่ยงคืนเพื่อขอพัก
อาตมาแจ้งหลายรอบกับเจ้าหน้าที่ว่า วันนี้อาตมาเจอปัญหามาเยอะพอแล้ว อย่าต้องให้เจอเรื่องแบบนี้อีกเลย
แต่เขาก็ยืนยันว่าเป็นกฎของทางโรงแรม เมื่อขอดูเอกสารกฎที่ว่า ก็ไม่มีให้ดู แล้วเขาก็โทร.หาผู้จัดการ
ผู้จัดการก็ยืนยันว่าไม่ได้ เมื่ออาตมาขอคุยกับผู้จัดการ ผู้จัดการว่าอย่างไร มีรายละเอียดในคลิปยาวเกือบ 10 นาที แต่ตอนนี้ขอเก็บไว้ก่อน เจริญพร
ประเด็นคือ เลือกปฏิบัติ แล้วเอาศาสนามาอ้าง ตอนแรกบอกเป็นมุสลิม ตอนหลัง ผจก.บอกเจ้าของเป็นซิกข์ ประเด็นคือไม่ว่าเจ้าของจะนับถือศาสนาใด ก็ไม่สามารถเลือกปฏิบัติแบบนี้ เพราะเหตุแห่งศาสนาได้
อาตมาได้ย้ำกับเขาว่า ถ้าทำแบบนี้ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ผิดรัฐธรรมนูญ และเรื่องนี้ต้องถึง กสม. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แน่ แต่เขาก็ไม่ได้นำพา แถมบอกด้วยว่า เครือบีทูทั้งหมดเป็นแบบนี้
อาตมาในฐานะพระที่พยายามสื่อสารเรื่องสิทธิมนุษยชน ชวนเคารพและเห็นคุณค่าความงดงามหลากหลาย คงไม่สามารถเงียบเฉย ให้ผู้ประกอบการ เช่น ... นี้ ทำการละเมิดสิทธิ เลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งศาสนาในลักษณะนี้ได้ และจะได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยัง กสม.ต่อไป
สำหรับคืนนี้ คงต้องหาที่พักใหม่ และบินกลับวัดพรุ่งนี้
ฝากทุกท่านว่าอย่าคิดว่าศาสนาใดศาสนาหนึ่ง เพราะเป็นใคร อ้างศาสนาใด มาเลือกปฏิบัติแบบนี้ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันพูด ช่วยกันสื่อสาร ให้การเลือกปฏิบัติแบบนี้ต้องโดนตั้งคำถาม และคนที่ทำ ไม่ว่าเจ้าของ ผู้จัดการ หรือเจ้าหน้าที่ ต้องมีความละอายและเกรงกลัว ถ้าไม่โดยจิตสำนึก ก็ต้องโดยกฎหมาย เจริญพร
และแพลตฟอร์มอย่าง Booking.com ต้องไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการที่เลือกปฏิบัติแบบนี้ ทำแบบนี้ได้ต่อไป
ต่อมา พระมหานภันต์ได้โพสต์อัปเดตเพิ่มเติมว่า
“อนุโมทนาญาติโยมทุกท่านที่เป็นห่วง ตอนนี้อาตมาได้ที่พักใหม่แล้ว และก็ชวนอย่าโกรธอะไรศาสนาใดเลยนะ เจริญพร แต่ชวนกันขจัดการเลือกปฏิบัตินี้ โดยการสื่อสารอย่างสันติ แต่ทรงพลัง ในแบบที่ผู้ประกอบการเจ้าใหญ่แค่ไหน ก็ควรจะเคารพสิทธิมนุษยชน และไม่กล้าเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าด้วยเหตุแห่งศาสนา เชื้อชาติ หรือเหตุอื่นใดก็ตาม เจริญพร”
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อมูลตามที่พระมหานภันต์โพสต์เล่าผ่านเฟซบุ๊ก โดยเจ้าตัวระบุว่าเตรียมดำเนินการร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ต่อไป
