- 27 ก.ย. 2569
ทำความรู้จัก "เมฆนิมโบสเตรตัส" (Nimbostratus) ตัวการทำฝนตกทั้งวัน ไม่ยอมหยุด แบบไม่มีเสียงฟ้าร้อง ทำคนหลายพื้นที่อ่วม
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 69 ทางด้าน ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. และผู้ก่อตั้งชมรมคนรักมวลเมฆ ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับ "เมฆนิมโบสเตรตัส" ระบุว่า...
ถาม: ฝนที่ตกเกือบทั้งวัน ไม่ยอมหยุด มาจากไหน?
ตอบ: "เมฆนิมโบสเตรตัส" ในหย่อมความกดอากาศต่ำ
ทำไมในหลายพื้นที่ ฟ้าถึงครึ้มเป็นสีเทาแผ่นเดียวไร้ขอบเขต และมีฝนตกโปรยปรายต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจรดค่ำโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ต่างจากฝนตกหนักที่มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเพียงระยะหนึ่งแล้วหายไป?
ปรากฏการณ์ฝนตกแช่ยาวนานเช่นนี้ เป็นลักษณะของเมฆสกุล (genus) ที่มีชื่อว่า นิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นหนาทึบ ส่วนใหญ่อยู่ระดับกลาง แต่ฐานอยู่ระดับล่าง
เมฆสกุลนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
- แนวปะทะอากาศอุ่น (warm front) (ซึ่งประเทศไทยไม่มี)
- หย่อมความกดอากาศต่ำ (low pressure area) (ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดได้ในประเทศไทย)
หย่อมความกดอากาศต่ำสร้างแผ่นเมฆหนาทึบได้อย่างไร?
การลู่เข้าของอากาศที่ระดับต่ำ (Low-Level Convergence)
บริเวณใจกลางหย่อมความกดอากาศต่ำ อากาศจากพื้นที่โดยรอบจะไหลเวียนเข้าหากัน (เกิด convergence) เนื่องจากอากาศที่ศูนย์กลางมีความหนาแน่นน้อยกว่า เมื่อมวลอากาศอุ่นและชื้นไหลมากระทบกันที่บริเวณใกล้พื้นผิว อากาศเหล่านั้นจะไม่มีทางออกอื่นนอกจากถูกบังคับให้ยกตัวขึ้นด้านบน
การยกตัวตามสเกลขนาดใหญ่ (Synoptic-Scale Lifting)
การยกตัวในหย่อมความกดอากาศต่ำจะเป็นการยกตัวแบบ "แผ่กว้างออกไป" โดยมวลอากาศชื้นจะค่อยๆ ลอยสูงขึ้นพร้อมกันครอบคลุมพื้นที่กว้าง อาจถึงหลายร้อยกิโลเมตร
การขยายตัวและเย็นตัวแบบอะเดียแบติก (Adiabatic Cooling)
เมื่อมวลอากาศอุ่นและชื้นยกตัวสูงขึ้น อุณหภูมิจะลดลงเรื่อยๆ จนถึงระดับกลั่นตัว (lifted condensation level: LCL) ไอน้ำในอากาศจึงควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ และรวมตัวกันเป็นแผ่นเมฆเรียบหนาแน่น ปกคลุมท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้าง
จากชั้นเมฆสู่ "เมฆนิมโบสเตรตัส" (Nimbostratus)
เมื่อกระบวนการป้อนความชื้นและการยกตัวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมฆชั้นแผ่นที่ก่อตัวขึ้นแรกเริ่ม เช่น เมฆสเตรตัส (Stratus) หรือ เมฆแอลโตสเตรตัส (Altostratus) จะเริ่มสะสมหยดน้ำและหนาตัวขึ้นในแนวตั้งจนมีความหนามาก แต่มีฐานเมฆอยู่ต่ำกว่า 2,000 เมตร
น่ารู้ด้วยว่า ระยะ 2,000 เมตร เป็นเส้นแบ่งระหว่างเมฆระดับต่ำกับเมฆระดับกลาง
นี่เองที่ทำให้ International Cloud Atlas จัดให้นิมโบสเตรตัสเป็นเมฆระดับกลาง (แต่ฐานเมฆอยู่ระดับต่ำ)
เมฆนิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) มีลักษณะเฉพาะ คือ
- ฐานเมฆราบเรียบและทึบแสง: ปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมดจนมองไม่เห็นดวงอาทิตย์
- ยอดเมฆค่อนข้างเรียบ: ไม่พองเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำเหมือนเมฆคิวมูลัส
- มักไม่มีพายุฟ้าคะนองรุนแรง: เนื่องจากไม่ได้เกิดจากสภาวะอากาศที่มีกระแสอัปดราฟต์ที่รุนแรง (non-convective) อย่างไรก็ดี International Cloud Atlas ระบุว่านิมโบสเตรตัสอาจมีฟ้าแลบได้ แต่พบได้น้อยครั้ง
อาจมีคำถามว่า ทำไมฝนถึงตกต่อเนื่องยาวนาน ไม่ยอมหยุดง่ายๆ?
ตอบว่ามีปัจจัย 3 อย่างครับ
1 ) การป้อนความชื้นที่ไม่ขาดสาย: หย่อมความกดอากาศต่ำตราบใดที่ยังคงกำลังอยู่ จะดูดมวลอากาศชื้นเข้ามาเติมที่ฐานเมฆอย่างต่อเนื่อง
2 ) โครงสร้างเมฆมีเสถียรภาพ: การยกตัวของอากาศแบบแผ่กว้างช่วยป้องกันไม่ให้เมฆแยกตัวเป็นก้อนพายุเดี่ยวๆ ฝนจึงตกในอัตราสม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นที่
3 ) กระบวนการรวมตัวของหยดน้ำ (Coalescence & Bergeron Process): หยดน้ำและผลึกน้ำแข็งในชั้นเมฆที่หนาแน่นมากจะรวมตัวกันจนหนักพอ และตกลงมาเป็นฝนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่อากาศยังคงลอยตัวขึ้นไปเติม
สรุป: หากวันไหนที่คุณมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพบกับฟ้าสีเทาราบเรียบเป็นแผ่นเดียว พร้อมสายฝนที่ตกโปรยปรายสม่ำเสมอไร้เสียงฟ้าร้อง นั่นคือสัญญาณว่าคุณอาจอยู่ภายใต้อิทธิพลของเมฆนิมโบสเตรตัสนั่นเองครับ
