เตือนด่วนคนใช้รถ EV หลังน้ำลด เช็ก 4 จุดเสี่ยงก่อนระบบรวน

"เตือนด่วนสายรถ EV หลังผ่านวิกฤตน้ำลด! ช่างผู้เชี่ยวชาญย้ำชัด ห้ามบิดกุญแจหรือกดปุ่มสตาร์ทรถเด็ดขาด เสี่ยงระบบไฟลัดวงจรและแบตเตอรี่เสียหายหนัก..."

4 ขั้นตอนกู้ชีพ "รถยนต์ไฟฟ้า" หลังผ่านวิกฤตน้ำท่วม

เหตุการณ์น้ำท่วมขังเป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยากสำหรับคนมีรถ และสำหรับผู้ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ความกังวลมักจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเนื่องจากกลัวเรื่องระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ แม้ว่าแบตเตอรี่แรงดันสูงของรถ EV จะถูกออกแบบมาตามมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น (IP67 หรือ IP68) แต่ชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น กล่องควบคุม (ECU) สายไฟแรงดันต่ำ รวมถึงห้องโดยสาร ยังคงมีโอกาสได้รับความเสียหายจากน้ำและความชื้นได้

หากรถยนต์ไฟฟ้าของคุณต้องผ่านการลุยน้ำท่วมขัง หรือจอดแช่น้ำมา นี่คือ 4 ขั้นตอนสำคัญ ในการดูแลและตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย

1. ห้ามสตาร์ทหรือเปิดระบบไฟในรถเด็ดขาด

ข้อห้ามสำคัญที่สุดหลังน้ำลดคือ "ห้ามเปิดสวิตช์ขับขี่ (Ready Mode) หรือกดปุ่ม Power เด็ดขาด" หากรถจอดแช่น้ำจนระดับน้ำสูงเกินครึ่งล้อ เพราะน้ำหรือความชื้นอาจตกค้างอยู่ตามปลั๊กไฟและกล่องควบคุม การจ่ายไฟเข้าไปในทันทีอาจทำให้เกิดการลัดวงจร (Short Circuit) และทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหายถาวรได้

เตือนด่วนคนใช้รถ EV หลังน้ำลด เช็ก 4 จุดเสี่ยงก่อนระบบรวน

2. ถอดขั้วแบตเตอรี่แรงดันต่ำ (แบตเตอรี่ 12V)

เพื่อความปลอดภัย ควรเปิดฝากระโปรงหน้าและทำการถอดขั้วแบตเตอรี่ลูกเล็ก (12V) ออกทันที เพื่อตัดการจ่ายไฟเลี้ยงไปยังระบบคอมพิวเตอร์และกล่อง ECU ต่างๆ ในตัวรถ วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่ระบบไฟฟ้าจะลัดวงจรขณะที่ตัวรถยังไม่แห้งสนิท

เตือนด่วนคนใช้รถ EV หลังน้ำลด เช็ก 4 จุดเสี่ยงก่อนระบบรวน

3. ตรวจเช็กคราบน้ำและสังเกตสิ่งผิดปกติ

ห้องโดยสาร: ตรวจสอบบริเวณพรมปูพื้นและใต้เบาะนั่งว่ามีความชื้นหรือน้ำขังหรือไม่

พอร์ตรอบชาร์จ (Charging Port): เปิดฝาครอบช่องชาร์จไฟเพื่อเช็กว่ามีคราบน้ำ คราบมูก หรือเศษสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันหรือไม่ ห้ามเสียบสายชาร์จเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าแห้งและสะอาดบริสุทธิ์

ใต้ท้องรถ: ก้มดูใต้ท้องรถเพื่อเช็กว่าแผ่นกันกระแทกใต้แบตเตอรี่มีรอยฉีกขาด หรือมีเศษขยะเข้าไปติดขัดหรือไม่

4. ติดต่อศูนย์บริการหรือรถสไลด์เท่านั้น

หากรถจอดแช่น้ำเป็นเวลานาน ไม่ควรมโนว่า "น่าจะขับได้" แล้วลองขับเอง วิธีที่ดีที่สุดคือการติดต่อศูนย์บริการเจ้าของแบรนด์ หรือเรียก "รถสไลด์" เพื่อยกตัวรถไปตรวจเช็กด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ (Scanner) ที่ศูนย์บริการอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่จะทำการเป่าแห้ง ตรวจวัดค่าความต้านทานการเป็นฉนวนของแบตเตอรี่ (Insulation Resistance) และเช็กระบบความปลอดภัยก่อนปล่อยให้ใช้งานจริง