- 29 ก.ย. 2569
พายุงวงช้างก่อตัวกลางทุ่งนา ก่อนหมุนถล่มบ้านหนุ่มวัย 49 ปี ในพื้นที่บางระกำ จ.พิษณุโลก แรงลมพัดหลังคาสังกะสีปลิวว่อนข้ามถนน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.20 น. วันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุวาตภัยในพื้นที่หมู่ 2 บ้านบ่อทอง ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากพายุหมุน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “พายุงวงช้าง” โดยมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างชัดเจน 1 หลัง
ล่าสุดมีประชาชนสามารถบันทึกคลิปเหตุการณ์ขณะเกิดพายุหมุนเอาไว้ได้ โดยภาพเผยให้เห็นตั้งแต่ช่วงที่พายุเริ่มก่อตัวบริเวณกลางทุ่งนา ก่อนค่อย ๆ เคลื่อนตัวและอ่อนกำลังลงชั่วขณะ จากนั้นไม่นานพายุกลับก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ก่อนเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่บ้านเรือนประชาชน
กระแสลมหมุนได้พุ่งเข้าหาบ้านของนายชัยนัส (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 481 หมู่ 2 ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว โดยแรงลมเข้าปะทะตัวบ้านอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงลมดังสนั่น ก่อนยกหลังคาสังกะสีปลิวออกจากตัวบ้านและข้ามถนนไปยังอีกฝั่ง
นอกจากนี้ แรงลมยังพัดต้นหูกวางขนาดใหญ่จนได้รับความเสียหาย ก่อนหอบแผ่นสังกะสีและเศษวัสดุต่าง ๆ ปลิวกระจายไปตามแรงลมกลางทุ่งนา จากนั้นพายุจึงค่อย ๆ อ่อนกำลังและสลายตัวไป
จากเหตุการณ์ดังกล่าว บ้านของนายชัยนัสได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังคาสังกะสีที่ถูกแรงลมพัดปลิวออกไปเกือบทั้งหมด เหลือเพียงโครงสร้างบางส่วน ท่ามกลางร่องรอยความเสียหายที่เห็นได้อย่างชัดเจน
นายชัยนัส เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตลอดทั้งวันในพื้นที่มีสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน และมีฝนตกเป็นระยะ กระทั่งช่วงเย็นเริ่มมีลมแรงและเสียงฟ้าร้อง ขณะนั้นตนอยู่ที่นา จึงรีบเดินทางกลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน ก็พบว่ามีพายุหมุนก่อตัวจากบริเวณทุ่งนาและกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาบ้าน เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีเวลาคิดหาที่หลบภัย ตนจึงตัดสินใจรีบมุดเข้าไปหลบใต้เทรลเลอร์รถไถเดินตามที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน เพื่อป้องกันตัวจากแรงลม
นายชัยนัส เล่าต่อว่า ช่วงที่พายุพัดผ่านกินเวลาประมาณ 10-20 วินาที แต่เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกรุนแรงและน่ากลัวมาก หลังจากกระแสลมผ่านพ้นไปแล้ว จึงออกจากใต้รถและพบว่าหลังคาบ้านถูกแรงลมพัดปลิวหายไปทั้งหมด
นอกจากบ้านของนายชัยนัสแล้ว บริเวณโดยรอบยังพบร่องรอยความรุนแรงจากพายุ ทั้งต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มและได้รับความเสียหาย แม้จุดที่ได้รับความเสียหายอย่างชัดเจนจะเป็นบ้านของนายชัยนัสเพียงหลังเดียว
ต่อมา นายสมชาย ย่อมแอ่น นายก อบต.บ่อทอง อ.บางระกำ พร้อมทีมช่าง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบว่าบ้านของนายชัยนัสได้รับความเสียหายจากแรงลม โดยประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 50,000 บาท และเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
รถคันเดิมช่วยชีวิตเป็นครั้งที่ 2
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของนายชัยนัสยังมีอีกมุมที่น่าทึ่ง เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตที่เขาประสบกับพายุหมุน และสิ่งที่เหมือนกันคือ “เทรลเลอร์รถไถเดินตามคันเดิม” กลับกลายเป็นที่หลบภัยและช่วยให้เขาปลอดภัยทั้ง 2 ครั้ง
นายชัยนัส เล่าย้อนกลับไปว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ขณะที่อาศัยอยู่กับแฟนเก่าที่บ้านหมู่ 4 ต.ปลักแรด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ก็เคยเกิดพายุหมุนขนาดใหญ่พัดเข้าหมู่บ้านอย่างรุนแรง ขณะนั้นบ้านที่พักอาศัยเป็นบ้าน 2 ชั้น และตนอยู่บริเวณชั้นล่าง
เมื่อเห็นพายุงวงช้างกำลังเคลื่อนตัวเข้ามา ด้วยความตกใจจึงรีบมุดเข้าไปหลบใต้เทรลเลอร์รถไถเดินตามคันดังกล่าว และสามารถรอดพ้นจากเหตุการณ์มาได้
กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10 ปี เทรลเลอร์รถไถเดินตามคันเดิมยังคงอยู่ และเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 กลับกลายเป็นที่หลบภัยให้นายชัยนัสอีกครั้ง เมื่อพายุหมุนพัดเข้าหาบ้าน แม้ครั้งนี้แรงลมจะพัดหลังคาบ้านปลิวเสียหายอย่างหนัก แต่เจ้าตัวสามารถหลบอยู่ใต้รถและปลอดภัย
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับคนในพื้นที่ เนื่องจากพายุหมุนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่มีประชาชนสามารถบันทึกภาพตั้งแต่พายุเริ่มก่อตัวกลางทุ่งนา เคลื่อนตัวเข้าสู่ชุมชน ก่อนพัดบ้านเรือนและต้นไม้ได้รับความเสียหาย แล้วจึงสลายตัวกลางทุ่งนาในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ขอให้ติดตามสภาพอากาศและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือและหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่ง ใกล้สิ่งปลูกสร้าง หรือต้นไม้ขนาดใหญ่ในช่วงเกิดพายุ
