ที' ลมฟ้าอากาศ พูดแล้ว ทำไมต้องเตือนจะเกิด "มหาอุทกภัย" ใน 120 ชม.

"ที' ลมฟ้าอากาศ" พูดแล้ว ทำไมต้องเตือนจะเกิด "มหาอุทกภัย" ใน 120 ชม. เปิดข้อมูลสำคัญที่นำมาวิเคราะห์ ก่อนพบสัญญาณฝนสะสมสูงผิดปกติ

จากกรณีเพจดัง "ที' ลมฟ้าอากาศ" ออกมาโพสต์เตือนความเสี่ยง "มหาอุทกภัย" และเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนักแช่ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 จนสร้างความสนใจและเกิดคำถามถึงที่มาของการแจ้งเตือนดังกล่าว ล่าสุด 29 ก.ย.69 ทางเพจได้ออกมาอธิบายถึงหลักการวิเคราะห์ข้อมูลและเหตุผลที่นำไปสู่การใช้คำเตือนระดับสูง

โดย "ที' ลมฟ้าอากาศ" ระบุว่า การโพสเตือนความเสี่ยง "มหาอุทกภัย" และเตือนฝนตกหนักแช่ทั้งวันทั้งคืน ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 มีที่มาจากการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของแบบจำลองสภาพอากาศ ECMWF (จากยุโรป) ซึ่งแสดงแนวโน้มความรุนแรงของสภาพอากาศจากปัจจัยหลัก ดังนี้


1. ปริมาณฝนสะสมวิกฤต (Extreme Precipitation Forecast)  
แบบจำลองประเมินปริมาณฝนสะสมรวมในช่วงเวลา 4-5 วันดังกล่าวไว้สูงถึง 300-500 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขปริมาณน้ำฝนที่สูงมากในระยะเวลาอันสั้น เกินกว่าความจุของแหล่งน้ำและระบบระบายน้ำตามธรรมชาติจะรองรับได้ จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมทุ่ง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำหลาก (เป็นระดับที่หลายพื้นที่ ของประเทศไทย ไม่สามารถรองรับปริมาณฝนสะสมระดับนี้ ภายใน 4-5วัน ได้)


2. พบระบบการแช่ตัวของระบบสภาพอากาศในพื้นที่ (Stationary Weather Systems)  จากแบบจำลอง ECMWF ซึ่งทำการวิเคราะห์ช่วงสภาพอากาศดังกล่าว ชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนตัวที่ช้ามากของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เกาะตามแนวร่องมรสุม ซึ่งพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกโดยตรง การที่ระบบไม่เคลื่อนที่ทำให้กลุ่มเมฆฝนก่อตัวและตกแช่ในพื้นที่เดิมต่อเนื่องข้ามวันข้ามคืน ประกอบกับแบบจำลองวิเคราะห์ให้พื้นที่ดังกล่าวเสี่ยงฝนทุกช่วงเวลา (จึงมีความเป็นไปได้ว่า บริเวณดังนั้น จะเกิดฝนตกหนักแช่ แบบทั้งวันทั้งคืน)
 

3. ลมมรสุมปะทะแนวเทือกเขาและชายฝั่ง (Orographic rainfall)  
แบบจำลองคำนวณความแรงของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดสอบเข้าหาฝั่ง เมื่อมวลอากาศชื้นปริมาณมหาศาลปะทะกับแนวเทือกเขาในภาคตะวันออก ภาคตะวันตก (เช่น เทือกเขาใหญ่ เทือกเขาจันทบุรี เทือกเขาตะนาวศรี) และแนวชายฝั่งของจังหวัด ชลบุรี ระยอง จึงเกิดการยกตัวของมวลอากาศอย่างรุนแรง ทำให้พื้นที่ต้นน้ำอย่าง นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี รวมถึงจังหวัด ชลบุรี และระยอง มีปริมาณฝนตกหนักมากกว่าปกติ


4. การเคลื่อนตัวของกลุ่มฝนที่ตกแบบหมุนวน (Spiral rainband) 
จากการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของแบบจำลอง พบเป็นกลุ่มฝนหนักที่จะตกแบบหมุนวนหลายช่วงเวลาในพื้นที่ภาคตะวันออก (เช่น นครนายก ปราจีนบุรี) ซึ่งมีเทือกเขาใหญ่คอยรับน้ำหลาก และพื้นที่ภาคกลาง/กรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นพื้นที่ราบลุ่มรับน้ำ หากมีฝนตกหนักแช่ตัวเกิน 24–48 ชั่วโมง ปริมาณน้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มได้อย่างรวดเร็ว


5. การจำลองสถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst-case Scenario) 
แบบจำลองสภาพอากาศระดับโลกมักคำนวณและแสดงผลลัพธ์ที่รุนแรง หรือฉากทัศน์ที่เลวร้าย ที่สุดที่อาจเป็นไปได้ ผมจึงนำตัวเลขที่แบบจำลองคาดการณ์ว่าจะเกิดฝนสะสมที่สูงผิดปกตินี้ มาวิเคราะห์ร่วมกับความเสี่ยงของพื้นที่ราบลุ่มและพื้นที่รับน้ำ นำไปสู่การใช้คำเตือนระดับสูงสุดอย่าง "มหาอุทกภัย" เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเตรียมพร้อมอพยพ ยกของขึ้นที่สูง และรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินล่วงหน้าก่อนที่มวลน้ำจะมาถึงจริง ซึ่งเป็นการโพสเตือนช่วงระยะเวลาที่เหลือ ภายใน 120ชั่วโมง หรือ 5 วัน หลังจากการเตือน ทั้งนี้เพื่อลดความสูญเสียทางทรัพย์สินและชีวิต รวมถึงความเสี่ยงของสถานการณ์ที่อาจจะคาดไม่ถึงได้


อนึ่ง ไม่เพียงแต่ที่จะใช้การวิเคราะห์สภาพอากาศ เพียงแบบจำลองเดียว “แล้วสามารถยืนยันได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์นั้นๆ” เพราะบนโลกนี้มีแบบจำลองสภาพอากาศ หลายเขต ไม่ว่าจะเขตร้อนหรือเขตหนาว โดยผมได้นำแบบจำลองทั้ง ECMWF, GFS ซึ่งเป็นของฝั่งอเมริกาฯ, ICON ซึ่งเป็นของฝั่งเยอรมนี, ACCESS ซึ่งเป็นของฝั่งออสเตรเลีย, รวมถึง JMA ซึ่งเป็นของฝั่งญี่ปุ่น


 "ผมจึงได้ทำการศึกษาข้อมูล ค่าพารามิเตอร์ โดยใช้ข้อมูลของค่าความกดอากาศ, ปริมาณฝนสะสมที่คาดการณ์, ระบบลมการไหลเวียนของอากาศ ในช่วงดังกล่าว จากแบบจำลองดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งพบผลลัพธ์ที่คล้ายกัน เมื่อผลลัพธ์การวิเคราะห์ที่คล้ายกัน “จึงทำให้มีความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่วิเคราะห์มากขึ้น” เพราะถ้าหากมีการคาดการณ์ล่วงหน้าของผลลัพธ์ที่รุนแรง แค่เพียงแบบจำลองเดียว นั้นทำให้ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่คาดการณ์ลดลง และไม่น่าเชือถือ
โดยมีภาพข้อมูลฝนสะสม ประกอบกับ คลิปผลการ Simulate ของแบบจำลองECMWF ช่วงดังกล่าว ใต้โพสต์
ที' ลมฟ้าอากาศ พูดแล้ว ทำไมต้องเตือนจะเกิด "มหาอุทกภัย" ใน 120 ชม.
 

ภาพการคาดการณ์ พื้นที่เสี่ยงปริมาณฝนสะสม มากกว่า 300มิลลิเมตร ขึ้นไป ในภาคตะวันออก และภาคกลาง บางพื้นที่ ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน ที่ผ่านมา

โดยเป็นการวิเคราะห์ เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา จากแบบจำลอง ECMWF โดยใช้ภาพกราฟริกของ weathermaticx

ซึ่งผมได้ทำการอัพเดทข้อมูลผลลัพธ์ของการวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน และโพสเตือนภัยครั้งต่อไป เนื่องจากระยะเวลาใกล้วันที่มีความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ มากขึ้น

ที' ลมฟ้าอากาศ พูดแล้ว ทำไมต้องเตือนจะเกิด "มหาอุทกภัย" ใน 120 ชม.

พร้อมเผย คลิปการ Simulate ของระบบลม โดยใช้กราฟริกจาก Windy วิเคราะห์ให้เห็นถึงหย่อมความกดอากาศต่ำที่หมุนจากประเทศกัมพูชา เคลื่อนปกคลุมภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคตะวันตก ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักแช่ทั้งวันทั้งคืน ตามการเคลื่อนตัวของหย่อมที่พาดผ่านร่องมรสุม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่มีกำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน ที่ผ่านมา

ที' ลมฟ้าอากาศ พูดแล้ว ทำไมต้องเตือนจะเกิด "มหาอุทกภัย" ใน 120 ชม.

ขอบคุณ ที' ลมฟ้าอากาศ