- 30 ก.ย. 2569
อยุธยาอ่วม! น้ำท่วมขยายวงกว้าง 12 อำเภอ บางบาลจมสูง 2 เมตร สังเวยแล้ว 1 ศพ ยายวัย 71 สู้ชีวิตอยู่คนเดียว ต้องทำนั่งร้านปีนนอนหนีน้ำ วอนชลประทานจัดสรรน้ำเห็นใจประชาชน
พระนครศรีอยุธยา (30 กันยายน 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า ยังคงขยายวงกว้างและเพิ่มความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากกรมชลประทานโดยเขื่อนเจ้าพระยาได้แจ้งปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำท้ายเขื่อนขึ้นไปอยู่ที่อัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มวลน้ำก้อนใหญ่ได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ส่งผลกระทบครอบคลุมแล้ว 12 อำเภอ 146 ตำบล 881 หมู่บ้าน 35 ชุมชน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากถึง 34,138 ครัวเรือน ได้แก่ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางปะหัน ลาดบัวหลวง นครหลวง วังน้อย ท่าเรือ และอำเภออุทัย นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมแล้ว 1 ราย ในพื้นที่อำเภอเสนา
จากการลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อนของชาวบ้าน ที่ชุมชนหมู่ 7 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าระดับน้ำล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนสูงกว่า 2 เมตร ส่งผลให้วิถีชีวิตถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ชาวบ้านจำต้องนำ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ออกไปจอดทิ้งไว้บนไหล่ทางของถนนสายหลักด้านนอกชุมชน ส่วนการเดินทางเข้า-ออกจากบ้าน รวมถึงการออกไปซื้อหาสินค้า อุปโภคบริโภคและอาหารจำเป็น ต้องใช้เรือพายและเรือเครื่องเป็นพาหนะหลักเพียงอย่างเดียว
จากการตรวจสอบที่บ้านของ นางเฉลียว อายุ 71 ปี หญิงชราซึ่งต้องอาศัยอยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง พบว่าระดับน้ำบริเวณรอบบ้านท่วมสูงกว่า 1 เมตร นางเฉลียวเปิดเผยด้วยสีหน้าอิดโรยและส่ายหน้าด้วยความถอนหายใจว่า รู้สึกเหนื่อยและกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากระดับน้ำเริ่มไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ มาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง ตอนนี้ทำได้เพียงภาวนาไม่ให้น้ำท่วมล้นขึ้นมาถึงพื้นบ้านชั้นสอง เพราะตนเองอายุมากและอยู่ตัวคนเดียว หากน้ำท่วมพื้นบ้านจะต้องใช้เวลาทำความสะอาดหลายวัน ซึ่งตนไม่มีทั้งแรงกายและเงินทองมากพอที่จะไปจ้างคนมาช่วยทำความสะอาด โดยก่อนหน้านี้ได้เตรียมยกของขึ้นที่สูงไว้หมดแล้ว แต่น้ำก็ยังคงปรับตัวสูงขึ้นทุกวัน
ภายในบ้านของนางเฉลียว พบภาพอันน่าสะเทือนใจ โดยมีการตั้งโครงนั่งร้านเหล็กถาวรทำเป็นชั้นลอยสำหรับวางสิ่งของอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง ตู้เย็น โทรทัศน์ เตียงนอน และใช้เป็นที่นอนหนีน้ำ นางเฉลียวเล่าว่า โครงนั่งร้านนี้สร้างเตรียมไว้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลังจากลูกเสียชีวิตลง เพราะเกรงว่าหากน้ำท่วมจะไม่มีใครมาช่วยยกของหลบน้ำ เวลาจะนอนพักผ่อนตนต้องค่อยๆ ปีนขึ้นไปนอนบนนั่งร้านดังกล่าว พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มานาน 40-50 ปี รู้ดีว่าน้ำท่วมเป็นเรื่องประจำปี จึงไม่เคยเชื่อคำยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วม สิ่งที่กลัวที่สุดคือกลัวน้ำขึ้นถึงชั้นสอง เพราะปีที่แล้วเคยต้องใช้เวลาล้างบ้านคนเดียวนานถึง 2-3 วันจนร่างกายรับไม่ไหว
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ อายุ 37 ปี ชาวบ้านในพื้นที่อีกราย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้น่ากลัวเพราะน้ำมาเร็วและขึ้นไวมาก ส่งผลให้ตนและครอบครัวต้องตื่นมาเก็บข้าวของและยกปลั๊กไฟหนีน้ำกลางดึกแทบทุกคืน บางคืนต้องง่วนกับการย้ายของจนถึงเวลา 23.00 น. ทำให้ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ปัจจุบันระดับน้ำรอบบ้านสูงเกิน 2 เมตรแล้ว แต่ยังโชคดีที่เคยลงทุนยกตัวบ้านหนีน้ำหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ไม่เช่นนั้นน้ำคงท่วมขังถึงชั้นสองแน่นอน พร้อมฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ถึงแม้จะท้อแต่ก็ต้องอดทนอยู่ให้ได้ แต่อยากวอนขอให้การบริหารจัดการน้ำของชลประทานปล่อยน้ำมาในปริมาณที่พอดี และลงมาดูแลเหลียวแลประชาชนคนท้ายน้ำที่ต้องแบกรับภาระน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีด้วย
