- 30 ก.ย. 2569
พฤกษา 12 คลองสามจมนานน้ำเริ่มดำเหม็น! สระพระราม 9 ล้นทะลักดันเข้าท่วม ต้องสูบน้ำสู้ 24 ชม. จนเครื่องพัง 1 เครื่อง รปภ. สู้ชีวิตเฝ้าเครื่อง 4 คืน ยันหยุดสูบไม่ได้
ปทุมธานี (30 กันยายน 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน จนส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่หมู่บ้านจัดสรรและชุมชนต่างๆ ในเขตตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้างนั้น ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ สถานการณ์น้ำท่วมขังภายในหมู่บ้านส่วนใหญ่เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ บางแห่งสามารถสูบน้ำออกจนแห้งและสัญจรเข้าออกได้ตามปกติ แต่ยังคงมีบางพื้นที่ที่ยังคงวิกฤตหนัก โดยเฉพาะที่ หมู่บ้านพฤกษา 12 หมู่ที่ 2 ตำบลคลองสาม ซึ่งพบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังสูงเต็มพื้นที่ทุกซอย ไม่สามารถระบายน้ำออกได้เนื่องจากตัวหมู่บ้านตั้งอยู่ติดกับ สระเก็บน้ำพระราม 9 คลองสาม ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำสะสมสูงมากจนเอ่อล้นสระ ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่หมู่บ้าน ประกอบกับน้ำที่ท่วมขังมานานหลายวันเริ่มเน่าเสีย เปลี่ยนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านอย่างหนัก
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าทางหมู่บ้านได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำเครื่องสูบน้ำทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กรวมกันจำนวน 6 เครื่อง มาติดตั้งเพื่อระดมสูบน้ำออกจากพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นติดตั้งบริเวณประตูด้านหน้าจำนวน 2 เครื่อง และประตูด้านหลังซึ่งเป็นจุดเสี่ยงติดกับสระเก็บน้ำพระราม 9 อีกจำนวน 4 เครื่อง อย่างไรก็ตาม จากการเดินเครื่องทำงานหนักอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก ส่งผลให้ล่าสุดเครื่องสูบน้ำเกิดพังเสียหายไปแล้ว 1 เครื่อง แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงต้องเดินเครื่องสูบน้ำที่เหลืออยู่อย่างเต็มกำลัง เพื่อผลักดันน้ำและประคองสถานการณ์ ไม่ให้น้ำจากภายนอกไหลทะลักเข้ามาสมทบเพิ่มขึ้น
ด้าน นายภูธนิก อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) หมู่บ้านพฤกษา 12 เปิดเผยถึงวิกฤตครั้งนี้ว่า ระดับน้ำในสระเก็บน้ำพระราม 9 ขณะนี้สูงมากจนไม่สามารถระบายน้ำออกตามระบบปกติได้ การสูบน้ำในขณะนี้จึงทำได้เพียงสูบหมุนเวียนเพื่อบรรเทาสถานการณ์และดันน้ำไม่ให้เอ่อเข้ามาในตัวหมู่บ้านไปมากกว่านี้ ซึ่งการเดินทางของชาวบ้านด้านในเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะท่วมขังทุกซอย ทาง รปภ. จึงต้องจัดกำลังเข้าดูแลเครื่องสูบน้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา มีการผลัดเปลี่ยนเวรคอยตรวจเช็กระบบ เติมน้ำมันเชื้อเพลิง และเติมน้ำหล่อเย็นเพื่อป้องกันเครื่องฮีต โดยตนเองต้องปฏิบัติหน้าที่ปักหลักเฝ้าเครื่องสูบน้ำอย่างต่อเนื่องทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนรวมแล้วประมาณ 4 คืนติดต่อกัน ทั้งนี้ หากหยุดเดินเครื่องสูบน้ำเมื่อไหร่ มวลน้ำรอบนอกจะดันสูงขึ้นและทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำงานกันอย่างหนัก พร้อมทั้งคอยเก็บขยะที่ลอยมาอุดท่อควบคู่กันไปด้วย
