กทม.เร่งรับมือฝน 5–8 ต.ค. ลุยกู้ “สะพานสูง–ลาดกระบัง” พร้อมเปิดเยียวยาออนไลน์

กทม. เร่งกู้ “สะพานสูง–ลาดกระบัง” รับมือฝน 5–8 ต.ค. พร้อมจัดการขยะน้ำท่วม เปิดระบบเยียวยาออนไลน์ภายในวันนี้

กทม.เร่งรับมือฝน 5–8 ต.ค. ลุยกู้ “สะพานสูง–ลาดกระบัง” พร้อมเปิดเยียวยาออนไลน์ (2 ต.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วม การบริหารจัดการขยะ และมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง

 

กทม.เร่งรับมือฝน 5–8 ต.ค. ลุยกู้ “สะพานสูง–ลาดกระบัง” พร้อมเปิดเยียวยาออนไลน์

เร่งพร่องน้ำคลองหลัก รับมือฝน 5–8 ต.ค.

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า จากการคาดการณ์ช่วงวันที่ 5–8 ต.ค. 69 จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยลักษณะเป็นฝนตกเป็นช่วง ๆ ไม่ใช่ฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงยังไม่ถือเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล หากสามารถเร่งพร่องน้ำในระบบคลองให้มีพื้นที่รองรับน้ำได้มากที่สุด

ขณะนี้คลองหลัก 4 สาย ได้แก่ คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ มีแนวโน้มดีขึ้น โดยคลองประเวศบุรีรมย์ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องเร่งระบายน้ำเป็นพิเศษ ส่วนคลองลาดพร้าวมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับน้ำที่ระบายมาจากคลองสอง จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ กทม. ได้เพิ่มการเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์จาก 10 เซนติเมตร เป็น 20 เซนติเมตร เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำ

“สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง หากเราพร่องน้ำให้มากที่สุด หากวันที่ 5 ต.ค. มีฝนตกเพิ่มขึ้น ก็น่าจะไม่ส่งผลกระทบเพิ่มเติมมาก แต่ต้องติดตามปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด โดย กทม. ยังคงเร่งสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าว
 

กทม.เร่งรับมือฝน 5–8 ต.ค. ลุยกู้ “สะพานสูง–ลาดกระบัง” พร้อมเปิดเยียวยาออนไลน์

เร่งกู้พื้นที่สะพานสูง–ลาดกระบัง ใช้ท่อซิ่งเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ

สำหรับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะเขตสะพานสูง บริเวณด้านใต้คลองแสนแสบ ระหว่างคลองแสนแสบกับคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำได้ช้า กทม. เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและสูบน้ำลงคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเร่งกู้คืนพื้นที่หมู่บ้านและชุมชนโดยรอบ

ส่วนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ขณะนี้ติดตั้ง “ท่อซิ่ง” จำนวน 4 ท่อแล้ว อยู่ระหว่างเร่งทำแนวคันกั้นน้ำบริเวณคลองหนึ่งอีกประมาณ 100 เมตร เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับ ก่อนเดินเครื่องสูบน้ำ คาดว่าจะเริ่มสูบน้ำได้ประมาณเที่ยงวันนี้

ขณะที่ฝนตกหนักเมื่อวานนี้ พื้นที่ฝั่งธนบุรีมีฝนสะสมเกือบ 90 มิลลิเมตร ส่วนเขตลาดพร้าวมีฝนประมาณ 30 มิลลิเมตร แต่สามารถระบายน้ำได้รวดเร็ว การเร่งดึงน้ำออกจากคลองทำให้พื้นที่รับน้ำเดิมเริ่มมีพื้นที่ว่าง สามารถรองรับฝนระลอกใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม กทม. ยังคงเฝ้าระวังพื้นที่ที่ยังมีปัญหา เพราะหากมีฝนตกซ้ำในบริเวณดังกล่าว อาจทำให้การฟื้นตัวของพื้นที่ล่าช้าออกไป

รับมือน้ำเหนือ ประสาน “กลาโหม–ปภ.” ทำงานร่วมทุกเขต

สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือและการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ผู้ว่าฯ ชัชชาติระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากแนวคันกั้นน้ำยังสูงกว่าระดับน้ำมากกว่า 1 เมตร

กทม. ยังคงเน้นการบริหารจัดการน้ำโดยผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ตอนกลาง ก่อนระบายออกสู่ทะเล พร้อมหลีกเลี่ยงการพร่องน้ำออกทางฝั่งตะวันออกมากเกินไป เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ลาดกระบังและประเวศ

นอกจากนี้ กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหม และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดตั้งคณะทำงานร่วมและศูนย์ประสานงานในทุกสำนักงานเขต โดยมีผู้บริหารระดับรองอธิบดีของ ปภ. เข้าร่วมประจำศูนย์ เพื่อให้การสนับสนุนกำลังคน เครื่องมือ และการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

จัดการ “ขยะน้ำท่วม–ขยะชิ้นใหญ่” ใช้ระบบ Buddy ช่วยกันทั้งเมือง

ด้านการจัดการขยะน้ำท่วมและขยะชิ้นใหญ่ กทม. ใช้ระบบ “จับคู่เขต (Buddy)” โดยให้สำนักงานเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้ามาสนับสนุนการจัดเก็บขยะในพื้นที่ประสบภัย พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ

สำหรับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม เช่น เคหะร่มเกล้า ซึ่งขยะบางส่วนลอยมากองรวมกันตามกระแสน้ำ กทม. ได้นำทีมจัดเก็บขยะทางน้ำที่มีความเชี่ยวชาญจากพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาเข้าช่วยดำเนินการ ขณะที่ชุมชนบางบัวและพื้นที่ลาดพร้าว ได้ระดมเจ้าหน้าที่และรถดัมพ์เข้าจัดเก็บและขนย้ายขยะอย่างต่อเนื่อง

ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาขยะน้ำท่วมผ่าน Traffy Fondue โดยเลือกหัวข้อ “เจอกองขยะน้ำท่วม” เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องและเข้าดำเนินการ นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบจุดทิ้งขยะชิ้นใหญ่ฟรีและจุดทิ้งขยะน้ำท่วมในชุมชนได้ทางเว็บไซต์ greener.bangkok.go.th

ระดมกำลังทหารช่วยพื้นที่วิกฤต เพิ่มประสิทธิภาพขนย้ายขยะ

สำนักสิ่งแวดล้อมได้รวบรวมความต้องการด้านอุปกรณ์และกำลังสนับสนุน เช่น รถกระเช้า รถสูง เรือ รถตักดิน และกำลังคน ส่งให้กองทัพไทย เพื่อให้ผู้อำนวยการเขตสามารถประสานกำลังเข้าช่วยเหลือในพื้นที่วิกฤตได้โดยตรง

สำหรับการขนส่งและกำจัดขยะ ขยะทั้งหมดจะถูกนำส่งไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยของ กทม. ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ หนองแขม อ่อนนุช และสายไหม ตามระบบปกติ

เนื่องจากขยะน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นขยะชิ้นใหญ่และไม่สามารถใช้รถอัดขยะทั่วไปได้ กทม. จึงประสานสำนักการโยธาและสำนักสิ่งแวดล้อมนำรถตักดินเข้าช่วยกดอัดขยะบนรถดัมพ์ ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณขยะต่อเที่ยวได้ประมาณ 2–3 เท่า ช่วยลดจำนวนเที่ยวขนส่งและเพิ่มความรวดเร็วในการจัดเก็บ

เมื่อขนส่งถึงศูนย์กำจัดมูลฝอย ขยะจะเข้าสู่กระบวนการกำจัดในระบบโรงงานทันที โดยไม่มีการเทกองกลางแจ้ง ช่วยลดปัญหากลิ่นและผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

เตรียมเปิดระบบ “ยื่นเยียวยาน้ำท่วมออนไลน์” ภายในเย็น–ค่ำวันนี้

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดย กทม. อยู่ระหว่างเตรียมเปิดระบบยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วมออนไลน์ ภายในช่วงเย็น–ค่ำวันนี้

ระบบดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้อง แนบเอกสาร และอัปโหลดภาพหลักฐานความเสียหายผ่านระบบออนไลน์ได้ในขั้นตอนเดียว โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานเขตหรือสถานีตำรวจในเบื้องต้น

ขอบเขตการช่วยเหลือครอบคลุมความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อาทิ อาคารบ้านเรือน เครื่องยังชีพ ค่าที่อยู่อาศัยหลัก และกรณีได้รับบาดเจ็บ

สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกหรือไม่ถนัดใช้งานระบบออนไลน์ ยังคงสามารถเดินทางไปยื่นเอกสารและแบบคำร้องด้วยตนเอง ณ สำนักงานเขตในพื้นที่ได้

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามลิงก์ระบบยื่นคำร้อง หลักเกณฑ์ และรายละเอียดการขอรับความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร