- 03 ต.ค. 2569
ฝนถล่มท่าตะเกียบ! น้ำป่าจากพื้นที่สูงไหลหลากทะลักหลายชุมชนอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความมืด กระแสน้ำเชี่ยวกัดเซาะถนน
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องดังสนั่น ส่งผลให้มีมวลน้ำป่าไหลหลากลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง เข้าท่วมหลายชุมชนในพื้นที่ตำบลคลองตะเกรา
กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวส่งผลให้ถนนบางจุดถูกกัดเซาะและการสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะที่เกษตรกรบางรายซึ่งอยู่ในพื้นที่สวนยางพาราถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถเดินทางออกมาได้ ต้องถ่ายคลิปขอความช่วยเหลือผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมประสานผู้ใหญ่บ้านให้เข้าช่วยเหลือ
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ หมู่ 23 บ้านท่ามะนาว และหมู่ 25 บ้านสามพราน ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ เจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชนเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมขนย้ายทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง เนื่องจากกระแสน้ำมาเร็วและมีความรุนแรง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณหมู่ 25 บ้านสามพราน พบว่านายบุญนาค พรพจน์ธนมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตะเกรา พร้อมด้วยกำนันสาโรจน์ ลายสุวรรณ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ชาวบ้าน และทหารพรานที่ 1306 ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนและอพยพผู้ที่ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ด้านล่างให้เฝ้าระวัง เนื่องจากมวลน้ำอาจไหลลงมาเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ตลาดชุมชนบ้านหนองขาหยั่ง บ้านเขากล้วยไม้ ตำบลคลองตะเกรา ชาวบ้านต่างแตกตื่นหลังมวลน้ำป่าไหลทะลักเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็ว นางมีนา ดวงแสน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านหนองขาหยั่ง ได้ประสานผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชน พร้อมนำเครื่องจักรเข้าปรับทางเพื่อเบี่ยงทางน้ำ และเร่งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่ เก็บทรัพย์สินขึ้นที่สูง รวมถึงนำผู้สูงอายุและเด็กไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเตือนประชาชนว่าไม่ควรนำรถทุกชนิดฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เนื่องจากอาจเกิดอันตรายและถูกกระแสน้ำพัดพาได้
นายวิชัย เจริญศรี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าด้วยความตกใจว่า ฝนตกหนักและมีเสียงฟ้าร้องดังต่อเนื่อง จนต้องรีบหอบที่นอนฝ่ากระแสน้ำออกจากบ้านซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในซอยท้ายหมู่บ้านประมาณ 300 เมตร โชคดีที่กำนันและผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วยเหลือได้ทัน
นายวิชัยกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เพิ่งนำเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านไปซ่อมและหวังว่าจะได้กลับมาใช้งาน แต่หลังจากฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ก็ต้องรีบขนย้ายสิ่งของหนีน้ำอีกครั้ง ทำให้เกิดความกังวลว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่งซ่อมอาจได้รับความเสียหายซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ติดตามประกาศและเตรียมพร้อมรับมือกับมวลน้ำ โดยจะมีการสำรวจและประเมินความเสียหายเพิ่มเติมในวันรุ่งขึ้น
