- 03 ต.ค. 2569
ตำรวจไซเบอร์บุกจับ “อัจฉริยะ” คาสนามมวย เปิดเส้นเงิน 1 พันล้าน พบโยงเว็บพนัน 40 ล้าน-บัญชีส่วนตัวหมุน 191 ล้าน และเงินชมรมฯ รวม 359 ล้าน
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ตำรวจไซเบอร์ 1 นำกำลังเข้าจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5726/2569 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ในความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย (ประเภท ข) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณสนามมวยอ้อมน้อย ก่อนควบคุมตัวไปทำบันทึกที่ สภ.กระทุ่มแบน และอยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการจับกุมขบวนการพนันออนไลน์ “มวยพักยกวาไรตี้” สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 245 เครื่อง และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 6.3 ล้านบาท โดยเข้าตรวจค้นพร้อมกัน 6 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยนวมินทร์ 24 จำนวน 4 หลัง และซอยนวมินทร์ 42 จำนวน 2 หลัง แขวงบึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม
จากนั้นตำรวจได้สืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน พบว่ามีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า 1,000 ล้านบาท จึงขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด และพบความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ทำเว็บไซต์ รวมถึงนายอัจฉริยะ โดยพบธุรกรรมเชื่อมโยงจำนวน 212 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 40 ล้านบาท
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินยังพบธุรกรรมทั้งเข้าและออกจากบัญชีบุคคลอื่น รวมถึงกลุ่มเซียนมวยและผู้บริจาคให้ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม
สำหรับ บัญชีส่วนตัวของนายอัจฉริยะ ซึ่งเปิดบัญชีกับธนาคารแห่งหนึ่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 7 เมษายน 2568 พบธุรกรรมจำนวน 1,196 ครั้ง มียอดเงินหมุนเวียนสูงถึงประมาณ 191 ล้านบาท
ขณะที่บัญชีในชื่อ “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” ซึ่งมีระยะเวลาการทำธุรกรรมตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 ถึงวันที่ 28 เมษายน 2569 พบธุรกรรมจำนวน 5,140 ครั้ง มียอดเงินหมุนเวียนประมาณ 168 ล้านบาท
ตำรวจยังระบุว่า มีพยานและผู้เสียหายให้ข้อมูลเกี่ยวกับการโอนเงินในลักษณะที่สอดคล้องกัน โดยผู้โอนบางรายเข้าใจว่าเป็นการร่วมบุญหรือบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเชื่อว่าชมรมดังกล่าวดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและต่อต้านความอยุติธรรม
พยานรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ได้โอนเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจำนวน 35 ครั้ง รวมเป็นเงิน 79,000 บาท ขณะที่พบผู้บริจาครายใหญ่รายหนึ่งโอนเงินจำนวน 4 ครั้ง รวมเป็นเงินถึง 700,000 บาท
ต่อมาเวลา 15.00 น. ตำรวจไซเบอร์ควบคุมตัวนายอัจฉริยะมายังกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บัญชาการจเรตำรวจ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 เป็นผู้รับผิดชอบคดี
ระหว่างถูกควบคุมตัวเดินเข้าห้องสอบสวน นายอัจฉริยะเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เงินในบัญชีของชมรมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีส่วนตัวของตนเอง พร้อมยืนยันว่าสามารถชี้แจงรายละเอียดทุกอย่างได้ ส่วนจะถูกกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ขอให้ทุกคนพิจารณากันเอง เนื่องจากหมายจับถูกออกเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม และบัญชีของชมรมเปิดมานานถึง 12 ปี ซึ่งเป็นคนละส่วนกับบัญชีส่วนตัว
ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลคดีขบวนการลักลอบเล่นการพนันมวย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนประมาณ 1,000 ล้านบาท จากคดีเมื่อเดือนมีนาคมในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม โดยการสืบสวนพบว่าในเส้นทางการเงินดังกล่าวมีเงินจำนวนกว่า 40 ล้านบาท เชื่อมโยงกับเว็บพนันมวยผ่านธุรกรรม 212 ครั้ง จึงเป็นที่มาของการออกหมายจับนายอัจฉริยะ
เบื้องต้นนายอัจฉริยะ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องหาในการให้การ อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่ามีพยานหลักฐานและผู้เสียหายที่เข้ามาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ โดยผู้เสียหายระบุเจตจำนงว่าการโอนเงินดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากคดีอาชญากรรม
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พบเงินหมุนเวียนประมาณ 168 ล้านบาท และตำรวจระบุว่าพบเงินหลายสิบล้านบาทที่มีความเชื่อมโยงกับเว็บพนันมวย โดยยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง และจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
ส่วนบัญชีส่วนตัวของนายอัจฉริยะที่พบเงินหมุนเวียนประมาณ 191 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังบัญชีของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งตำรวจระบุว่านายอัจฉริยะมีอำนาจในการเบิกจ่ายเงินดังกล่าว
สำหรับการให้ประกันตัว ขณะนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวนต่อไป
