- 03 ต.ค. 2569
ตำรวจสมุทรปราการรวบ 4 ผู้ต้องหา อดีตการ์ดสถานบันเทิง อ้างตัวเป็นตำรวจเข้าตรวจค้นชาวอินเดีย ก่อนยึดเงิน รถจักรยานยนต์ และโทรศัพท์
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พจนกร กัญจินะ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.อ.สรยุทธ จิโรภาส ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ประยูร ปัตตุลี รอง ผกก.สส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.ท.วีระพันธ์ บุญหนัก สว.สส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย นายธวัชชัย อายุ 31 ปี จ.อ.รัตติพัฒน์ อายุ 47 ปี นายรณกร อายุ 31 ปี และนายศิริชัย อายุ 32 ปี
พร้อมของกลาง ได้แก่ รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน 4 ขภ 3881 กรุงเทพมหานคร รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ทะเบียน 2 ฆญ 6983 กรุงเทพมหานคร เสื้อ กางเกง และรองเท้าของผู้เสียหาย เงินสด 5,000 บาท หมวกกันน็อก 1 ใบ อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน 30 นัด และวิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก นายสาราวัน (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาวอินเดีย เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 16.30 น. ขณะเข้าห้องน้ำภายในวัดใหญ่บางปลากด หมู่ 3 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้มีกลุ่มชาย 4 คนใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ เข้ามาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ก่อนเรียกตรวจค้นและยึดทรัพย์สินของตนไป
จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวนำตัวผู้เสียหายขึ้นรถยนต์ ก่อนพาไปยังบริเวณที่พักคอยและติดต่อราชการด้านข้าง สภ.พระสมุทรเจดีย์ พร้อมตรวจค้นและยึดเงินสดจำนวน 12,000 บาท รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ก่อนปล่อยให้ผู้เสียหายนั่งรออยู่บริเวณดังกล่าว แล้วกลุ่มชายทั้งหมดเดินหายไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ เดินผ่านมาและสอบถามว่าผู้เสียหายมารอใคร นายสาราวันจึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง และได้รับคำตอบจากตำรวจว่า วันดังกล่าวไม่ได้มีการจับกุมบุคคลในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด ทำให้เจ้าตัวเชื่อว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นตำรวจ จึงเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ก่อเหตุ
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งติดตามหาข่าว กระทั่งพบว่ากลุ่มดังกล่าวมีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นตำรวจ เรียกตรวจค้นและจับกุมชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอินเดีย ก่อนตรวจยึดทรัพย์สินและนำตัวไปปล่อยตามสถานีตำรวจหรือสถานที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 รายได้ในที่สุด
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่าก่อเหตุในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายครั้ง โดยในพื้นที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ก่อเหตุ 1 ครั้ง ได้เงินสด 12,000 บาท รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
พื้นที่ สภ.สำโรงใต้ ก่อเหตุ 2 ครั้ง ได้เงินสดรวม 15,000 บาท รถจักรยานยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ส่วนพื้นที่ สภ.บางพลี ก่อเหตุ 3 ครั้ง ได้เงินสดรวม 20,000 บาท
ด้านนายศิริชัย หนึ่งในผู้ต้องหา ให้ข้อมูลว่า ทั้งหมดเคยทำงานเป็นการ์ดตามร้านอาหารและสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ ก่อนชักชวนกันมาก่อเหตุ โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน นายธวัชชัย ทำหน้าที่ขับรถยนต์ ส่วนนายรณกร ขับรถจักรยานยนต์ตระเวนหาเหยื่อ โดยจะเจาะจงชาวต่างชาติสัญชาติอินเดีย
ขณะที่นายศิริชัย และ จ.อ.รัตติพัฒน์ จะทำหน้าที่แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อได้ตัวผู้เสียหายแล้วจะพาขึ้นรถไปตามสถานีตำรวจต่าง ๆ ก่อนตรวจค้นและยึดทรัพย์สิน จากนั้นนำผู้เสียหายไปปล่อยไว้บริเวณโรงพักหรือข้างทาง ส่วนทรัพย์สินที่ได้มาจะนำมาแบ่งกัน
นายธวัชชัย ให้การว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นการ์ด ปัจจุบันประกอบอาชีพขับรถแกร็บ ส่วนรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของบิดา ซึ่งเคยรับราชการทหารและปลดประจำการมานานแล้ว โดยยอมรับว่าที่เข้าร่วมกลุ่มเพราะต้องการหาเงินมาใช้จ่าย และมองว่าเป็นวิธีหาเงินที่ง่าย
ผู้ต้องหารายนี้ยังระบุว่า กลุ่มจะเลือกเหยื่อเป็นชาวอินเดีย เนื่องจากคิดว่าผู้เสียหายน่าจะไม่กล้าแจ้งความหรือดำเนินการกับกลุ่ม เพราะเข้าใจว่าเป็นตำรวจ และเชื่อว่าชาวต่างชาติน่าจะกลัวเจ้าหน้าที่ จึงเลือกก่อเหตุกับชาวต่างชาติเป็นหลัก ก่อนถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ กระทำการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ กักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ กรรโชกทรัพย์ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และมีวิทยุสื่อสารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต
จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
