สทนช. เตือน 44 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า 5 - 7 ต.ค. 2569

สทนช. เตือน 44 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 5 - 7 ตุลาคม 2569

วันที่ 4 ต.ค. 2459 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่ความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลาง 

 

สทนช. เตือน 44 จังหวัด  เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า 5 - 7 ต.ค. 2569

ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 5 - 7 ตุลาคม 2569 ดังนี้


1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม


1.1 ภาคเหนือ ได้แก่

  • จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอพร้าว จอมทอง ดอยสะเก็ด แม่แตง ดอยหล่อ แม่วาง แม่แจ่ม และสะเมิง) 
  • จังหวัดเชียงราย (อำเภอเมืองเชียงราย เวียงแก่น เชียงของ เวียงป่าเป้า และเวียงชัย) 
  • จังหวัดลำพูน(อำเภอบ้านโฮ่ง และบ้านธิ) 
  • จังหวัดลำปาง(อำเภอเมืองลำปาง ห้างฉัตร วังเหนือ และงาว) 
  • จังหวัดพะเยา (อำเภอปง และเชียงคำ) 
  • จังหวัดน่าน (อำเภอทุ่งช้าง ปัว เชียงกลาง และเวียงสา) 
  • จังหวัดกำแพงเพชร (อำเภอเมืองกำแพงเพชร ขาณุวรลักษบุรี คลองขลุง คลองลาน และโกสัมพีนคร) 
  • จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอเมืองพิษณุโลกชาติตระการ พรหมพิราม วังทอง นครไทย และบางระกำ) 
  • จังหวัดพิจิตร (อำเภอเมืองพิจิตร วชิรบารมี สามง่าม ดงเจริญ โพธิ์ประทับช้าง และสากเหล็ก) 
  • จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ น้ำหนาว หล่มเก่า และหล่มสัก)
  • จังหวัดนครสวรรค์ (อำเภอหนองบัว เมืองนครสวรรค์ และลาดยาว) 
  • และจังหวัดอุทัยธานี(อำเภอลานสัก ห้วยคต และบ้านไร่)


1.2 ภาคกลาง ได้แก่

  • จังหวัดชัยนาท (อำเภอเมืองชัยนาท มโนรมย์ วัดสิงห์ สรรพยาหันคา และหนองมะโมง) 
  • จังหวัดสิงห์บุรี (อำเภอเมืองสิงห์บุรี พรหมบุรี และอินทร์บุรี) 
  • จังหวัดอ่างทอง(อำเภอเมืองอ่างทอง วิเศษชัยชาญ ป่าโมก และไชโย) 
  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
  • รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 

1.3 ภาคตะวันออก ได้แก่ 

  • จังหวัดฉะเชิงเทรา (อำเภอสนามชัยเขต ท่าตะเกียบ และบ้านโพธิ) 
  • จังหวัดนครนายก (อำเภอเมืองนครนายก ปากพลี และองครักษ์) 
  • จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอกบินทร์บุรี บ้านสร้าง และประจันตคาม) 
  • จังหวัดสระแก้ว(อำเภอเมืองสระแก้ว และคลองหาด) 
  • จังหวัดชลบุรี (อำเภอบางละมุง และศรีราชา) 
  • จังหวัดระยอง (อำเภอเขาชะเมา) 
  • จังหวัดจันทบุรี (อำเภอสอยดาว แก่งหางแมว และเขาคิชฌกูฏ) 
  • และจังหวัดตราด(อำเภอเมืองตราด คลองใหญ่ เขาสมิง และบ่อไร่)


1.4 ภาคตะวันตก ได้แก่ 

  • จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอด่านมะขามเตี้ย ห้วยกระเจา และเลาขวัญ) 
  • จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอแก่งกระจาน) 
  • และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ กุยบุรี สามร้อยยอด หัวหินปราณบุรี บางสะพานน้อย และบางสะพาน)


1.5 ภาคใต้ ได้แก่ 

  • จังหวัดชุมพร (อำเภอเมือชุมพร ปะทิว พะโต๊ะ หลังสวน ละแมและสวี) จังหวัดระนอง (อำเภอกระบุรี) 
  • จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอบ้านนาสาร เวียงสระพระแสง คีรีรัฐนิคม บ้านนาเดิม และท่าฉาง) 
  • จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ลานสกา จุฬาภรณ์ ทุ่งสงหัวไทร ชะอวด เชียรใหญ่ นบพิตำ พรหมคีรี พิปูน และร่อนพิบูลย์) 
  • จังหวัดพังงา (อำเภอตะกั่วทุ่ง และท้ายเหมือง) 
  • จังหวัดภูเก็ต (อำเภอถลาง เมืองภูเก็ต และกะทู้) 
  • จังหวัดกระบี่ (อำเภอเหนือคลองคลองท่อม ปลายพระยา อ่าวลึก และเขาพนม) 
  • จังหวัดตรัง (อำเภอเมืองตรังรัษฎา ห้วยยอด นาโยง สิเกา และปะเหลียน)
  • จังหวัดพัทลุง (อำเภอเมืองพัทลุง ศรีนครินทร์ เขาชัยสน ป่าพะยอม ปากพะยูน ศรีบรรพต บางแก้ว และควนขนุน) 
  • จังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตูล ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน ทุ่งหว้า และท่าแพ)
  • จังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่ สะเดาคลองหอยโข่ง สทิงพระ กระแสสินธุ์ และสะบ้าย้อย) 
  • จังหวัดยะลา (อำเภอเมืองยะลา รามัน เบตง และธารโต)
  • จังหวัดปัตตานี (อำเภอยะรัง และโคกโพธิ์) 
  • และจังหวัดนราธิวาส (อำเภอเจาะไอร้องสุไหงปาดี ตากใบ ศรีสาคร จะแนะ แว้ง สุไหงโก-ลก และสุคิริน)


2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก ได้แก่ อ่างเก็บน้ำกิ่วลม อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมาจังหวัดลำปาง 

  • บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ 
  • อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดสระบุรี 
  • อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก 
  • อ่างเก็บน้ำคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา 
  • อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง 
  • อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จังหวัดปราจีนบุรี 
  • อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี 
  • อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี 
  • อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 
  • และเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ปราจีนบุรี ตราด กาญจนบุรี และระนอง


3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ แม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร 

  • แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี 
  • แม่น้ำแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก 
  • และแม่น้ำป่าสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ 
  • แม่น้ำป่าสัก จังหวัดสระบุรี
  • แม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม 
  • แม่น้ำนครนายก จังหวัดนครนายก 
  • แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี 
  • คลองพระสะทึง และคลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว 
  • แม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 
  • แม่น้ำตราด จังหวัดตราด 
  • แม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี 
  • คลองบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 
  • แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จังหวัดนราธิวาส


ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้


1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ


2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก


3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที


4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

 

สทนช. เตือน 44 จังหวัด  เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า 5 - 7 ต.ค. 2569