น้ำท่วมสวน 20 ไร่ หวั่นส้มโอ 1,700 ต้นตาย ต้องเริ่มใหม่อีก 5 ปี

ชาวสวนส้มโออัมพวาสุดกังวล น้ำท่วมขังสวนกว่า 20 ไร่ หลังฝนตกหนักและน้ำเอ่อเข้าพื้นที่ หวั่นส้มโอ 1,700 ต้น พร้อมลิ้นจี่และทุเรียนที่ปลูกมานาน รากเน่าและยืนต้นตาย

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามยังคงส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะสวนผลไม้ในพื้นที่ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา ซึ่งหลายสวนถูกน้ำไหลเข้าท่วมขัง ทำให้เจ้าของสวนต้องลุยน้ำเข้าไปตรวจสอบต้นไม้ด้วยความเป็นห่วง

หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบคือ น.ส.พรพรรณี วรรณสกุล เจ้าของสวนผลไม้ในตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา ซึ่งพาเดินสำรวจพื้นที่สวนท่ามกลางน้ำที่ท่วมขังโดยรอบและบริเวณโคนต้นไม้ พร้อมเปิดเผยถึงความกังวลว่า หากน้ำยังคงแช่ขังและไม่สามารถระบายออกได้ในเร็ววัน ต้นส้มโอและไม้ผลภายในสวนอาจได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะปัญหารากเน่าและอาจถึงขั้นยืนต้นตาย

น.ส.พรพรรณี เปิดเผยว่า สวนของตนมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ปลูกส้มโอประมาณ 1,700 ต้น ลิ้นจี่ 100 ต้น และทุเรียนอีก 30 ต้น ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดกำลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง

น้ำท่วมสวน 20 ไร่ หวั่นส้มโอ 1,700 ต้นตาย ต้องเริ่มใหม่อีก 5 ปี

เจ้าของสวนกล่าวว่า หากน้ำยังแช่ขังต่อไปอีกประมาณ 5 วัน เกรงว่ารากของต้นไม้จะเริ่มเน่าและอาจไม่สามารถฟื้นตัวได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทุกฝ่ายเร่งช่วยกันระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้สึกท้อใจเป็นอย่างมาก

สำหรับต้นส้มโอภายในสวน ส่วนใหญ่เป็นต้นที่ปลูกใหม่และกำลังอยู่ในช่วงเตรียมให้ผลผลิต มีอายุประมาณ 5–7 ปี โดยบางส่วนมีอายุ 6 ปี และคาดว่าจะเริ่มเก็บผลผลิตได้ในปีหน้า หากต้นส้มโอเหล่านี้ต้องยืนต้นตาย ก็เท่ากับต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เพราะกว่าจะปลูกจนสามารถให้ผลผลิตได้อาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปี ขณะที่เงินทุนและแรงกายที่ลงทุนมาตลอดหลายปีก็อาจสูญเสียไปพร้อมกับน้ำท่วม

น.ส.พรพรรณี กล่าวอีกว่า แม้ตนจะไม่ได้มีภาระหนี้สิน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ทำให้รู้สึกท้อใจ เพราะเดิมตั้งใจใช้ผลผลิตจากสวนเป็นรายได้สำหรับเลี้ยงดูครอบครัวและประคองชีวิต รวมถึงหวังว่าจะมีโอกาสนำรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม

น้ำท่วมสวน 20 ไร่ หวั่นส้มโอ 1,700 ต้นตาย ต้องเริ่มใหม่อีก 5 ปี

เจ้าของสวนยังเล่าถึงเหตุการณ์ในวันแรกที่ทราบข่าวน้ำท่วมว่า เนื่องจากตนเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จึงออกช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารและเร่งนำผู้ป่วยติดเตียงออกจากบ้านก่อน เพราะขณะนั้นยังไม่ทราบว่าน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นมากเพียงใด

ขณะเดียวกัน คนในครอบครัวและผู้นำชุมชนได้ช่วยกันแจกกระสอบทราย รวมถึงช่วยชาวบ้านยกตู้เย็นและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นไว้ในที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหาย แต่เมื่อกลับถึงบ้านในช่วงเย็น กลับพบว่าน้ำเพิ่มสูงจนถึงระดับเอว และทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายไม่น้อยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม น.ส.พรพรรณี กล่าวว่า แม้จะรู้สึกเสียใจและท้อแท้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังพยายามเข้มแข็ง และหวังเพียงว่าน้ำจะสามารถระบายออกจากพื้นที่ได้โดยเร็ว ก่อนที่ต้นส้มโอ ลิ้นจี่ และทุเรียนที่ปลูกและดูแลมาหลายปีจะได้รับความเสียหายหนักไปกว่านี้

น้ำท่วมสวน 20 ไร่ หวั่นส้มโอ 1,700 ต้นตาย ต้องเริ่มใหม่อีก 5 ปี