- 05 ต.ค. 2569
สาวท้องแก่สุดกลั้น คลอดลูกสาวน้ำหนักกว่า 3,000 กรัมบนรถฉุกเฉิน ก่อนทหารนำรถยานเกราะฝ่ากระแสน้ำเชี่ยว พาแม่ลูกส่งโรงพยาบาล
กลายเป็นอีกหนึ่งภารกิจท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมที่สร้างความประทับใจ เมื่อทหารนำรถยานเกราะล้อยางแบบพยาบาล รุ่น BTR-3S ฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายคุณแม่และทารกแรกเกิดไปยังโรงพยาบาล หลังโรงพยาบาลสนามไม่สามารถรองรับการดูแลต่อได้อย่างเพียงพอ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 2 ต.ค. 2569 ทหารกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ได้รับการประสานให้นำรถยานเกราะเข้ารับแม่และลูกจากโรงพยาบาลสนามภายในโรงเรียนมารีวิทยา ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี เพื่อเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลกบินทร์บุรี
ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางธรรมดา เพราะเส้นทางหลายจุดถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว ภายในรถมีทั้งกำลังพล ทีมพยาบาล และคุณพ่อของเด็ก ร่วมเดินทางไปกับแม่และทารก โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก่อนถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองพันทหารราบที่ 1 ได้เผยแพร่ภาพภารกิจดังกล่าว พร้อมตั้งชื่อภารกิจว่า “แม่ลูกต้องปลอดภัย” ซึ่งสะท้อนถึงความเร่งด่วนในการช่วยเหลือชีวิตของแม่และเด็กท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม
ด้าน นายวรพรต สรรพนา คุณพ่อของทารก เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุภรรยาเริ่มมีอาการเจ็บท้อง จึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1669 กระทั่งรถกู้ชีพขององค์การบริหารส่วนตำบลวังดาล จ.ปราจีนบุรี ทะเบียน 6483 เดินทางมารับจากบ้าน
แต่ระหว่างทาง รถเดินทางไปได้เพียงประมาณ 3-4 กิโลเมตร ภรรยาเกิดน้ำคร่ำแตกและศีรษะของลูกสาวเริ่มโผล่ออกมา ทีมกู้ชีพจึงตัดสินใจรีบเปลี่ยนเส้นทางไปยังโรงพยาบาลสนามโรงเรียนมารีวิทยา เมื่อไปถึง พยาบาลได้เข้าช่วยเหลือทันทีและทำคลอดบนรถ จนเด็กหญิงลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย น้ำหนักแรกเกิดมากกว่า 3,000 กรัม
หลังคลอด ทีมแพทย์ประเมินว่าจำเป็นต้องส่งตัวทั้งแม่และลูกไปยังโรงพยาบาลกบินทร์บุรี เพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรงพยาบาลสนามมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และการดูแลทารกแรกเกิด แต่เส้นทางถูกน้ำท่วมสูง จึงต้องขอความช่วยเหลือจากทหารที่กำลังปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่
กระทั่งเกิดภาพประทับใจ เมื่อรถยานเกราะ BTR-3S เข้ารับตัวแม่และลูก ฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวไปตามเส้นทาง ท่ามกลางความห่วงใยของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย จนสามารถพาทั้งคู่ถึงโรงพยาบาลกบินทร์บุรีได้อย่างปลอดภัย
ส่วนชื่อของทารกน้อย คุณพ่อเผยว่า ครอบครัวตั้งชื่อเล่นว่า “น้องมารี” เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำถึงโรงพยาบาลสนามโรงเรียนมารีวิทยา สถานที่ที่ลูกสาวได้ลืมตาดูโลกในช่วงเวลาที่จังหวัดกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม และมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานร่วมกันช่วยเหลือ
ขณะที่ชื่อจริงคือ “เด็กหญิงสิริวรินทร์” ซึ่งเกิดจากการนำชื่อของคุณพ่อและคุณแม่มารวมกัน กลายเป็นชื่อที่ครอบครัวตั้งใจมอบให้ลูกสาว เพื่อเป็นความทรงจำถึงวันที่เธอเกิดมา ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติ แต่เต็มไปด้วยน้ำใจและความช่วยเหลือจากผู้คนรอบข้าง
ขอบคุณเพจ กองทัพบก Royal Thai Army
