- 05 ต.ค. 2569
หนุ่มแกร๊บเมืองเลยร้องสื่อ! โดนลุงหน้าวัดเลยหลง ปาหินใส่เจ็บ อ้างขี่เร็วห้ามผ่าน แฉพฤติกรรมสุดกร่างไล่ปาหิน-ไม้ใส่รถคนอื่นประจำ แจ้งตำรวจเรื่องเงียบ
เลย (5 ตุลาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเช้าวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายศตวีธ์ อายุ 34 ปี อาชีพขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน (แกร๊บ) ได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว พร้อมนำเรื่องราวเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเลย หลังถูกชายสูงอายุเจ้าของบ้านหลังหนึ่งปาหินและดินใส่จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณเส้นทางหน้าบ้านพักใกล้กับวัดเลยหลง ในเขตอำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย
นายศตวีธ์ เล่าว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปรับลูกค้าตามปกติ โดยใช้เส้นทางผ่านบริเวณหน้าวัดเลยหลง จู่ๆ ได้มีคุณลุงเจ้าของบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีอายุประมาณ 60-70 ปี ขว้างปาก้อนหินและก้อนดินใส่ตนอย่างจัง ด้วยความฉงนสงสัย ตนจึงได้วนรถจักรยานยนต์กลับไปสอบถามลุงคู่กรณีด้วยความสุภาพว่า เหตุใดจึงต้องเอาก้อนหินปาใส่ตน แต่กลับถูกลุงตะคอกใส่ด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดว่า "ก็เพราะมึงขี่รถเร็ว ถนนเส้นนี้ห้ามผ่าน" จนเกิดการปะทะคารมโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ซึ่งตนพยายามชี้แจงและอธิบายแล้วว่าไม่ได้ขี่รถเร็ว และท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ก็ไม่ได้มีเสียงดังรบกวนแต่อย่างใด แต่ทว่าลุงคู่กรณีกลับไม่ยอมรับฟัง แถมยังก้มเก็บก้อนหินและก้อนดินปาประเคนใส่ตนอีกหลายครั้ง จนกระทั่งตนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย ก่อนจะตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองเลย เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายหลังเกิดเหตุ นายศตวีธ์ ได้นำเรื่องราวและพฤติกรรมสุดอันตรายดังกล่าวไปโพสต์เตือนภัยลงในกลุ่มโซเชียลมีเดียของจังหวัดเลย จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ซึ่งทำให้ตนต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากมีชาวบ้านในพื้นที่รวมถึงเพื่อนร่วมอาชีพไรเดอร์เข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมากว่า เคยตกเป็นเหยื่อโดนลุงเจ้าของบ้านรายนี้ขว้างปาวัตถุ ทั้งก้อนหิน ก้อนดิน และท่อนไม้ ใส่รถที่ขี่หรือขับผ่านไปมาแล้วหลายราย โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าทำไปเพื่ออะไร ที่ผ่านมาเคยมีผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจแล้วหลายครั้ง แต่เรื่องก็เงียบหายไปจนกระทั่งมาเกิดเหตุกับตนในที่สุด
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบยังบ้านพักของคุณลุงคู่กรณีบริเวณหน้าวัดเลยหลง พบว่าลักษณะเป็นบ้านหลังใหญ่โต มีพื้นที่กว้างขวาง และมีรั้วรอบขอบชิด โดยสังเกตเห็นว่ามีรถยนต์จอดอยู่ภายในบริเวณบ้าน ทางผู้สื่อข่าวจึงได้พยายามตะโกนส่งเสียงเรียกคนภายในบ้าน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ปรากฏว่าบรรยากาศภายในบ้านกลับเงียบสงบ และไม่มีใครยอมออกมาเปิดประตูหรือตอบรับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเลย อยู่ระหว่างเตรียมออกหมายเรียกคุณลุงเจ้าของบ้านรายนี้มาสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
