- 05 ต.ค. 2569
คุณแม่ร้องขอความเป็นธรรมผ่านรายการโหนกระแส อ้างถูกลูกชายพาไปฝากที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ล่าสุดเจ้าของศูนย์เปิดเผยค่าบริการรายเดือน พร้อมชี้แจงรายละเอียด
จากกรณีรายการ โหนกระแส เปิดพื้นที่ให้คุณแม่รายหนึ่งเข้าร้องขอความเป็นธรรม หลังอ้างว่าถูกลูกชายและลูกสะใภ้พาตัวไปฝากไว้ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี โดยไม่สมัครใจนานกว่า 2 ปีครึ่ง พร้อมเล่าว่าระหว่างอยู่ที่ศูนย์ถูกทำร้าย ข่มขู่ และบังคับให้รับประทานยา ก่อนจะพยายามหาทางติดต่อญาติเพื่อขอความช่วยเหลือจนสามารถออกมาได้
คุณแม่รายดังกล่าวเล่าว่า ช่วงแรกถูกลูกชายพาเพื่อนมารับตัว โดยลูกชายยอมจ่ายค่าดูแลเดือนละ 30,000 บาท ก่อนพาไปฝากไว้ที่ศูนย์ เมื่อเดินทางไปถึง อ้างว่าถูกจับแก้ผ้า บังคับให้กินยานอนหลับ ใส่แพมเพิร์ส และใช้กุญแจมือล็อกติดกับเตียง
นอกจากนี้ ยังอ้างว่าถูกกักอยู่ภายในห้องประมาณ 1 เดือน โดยอาหารและน้ำถูกส่งผ่านช่องเหล็ก วันละ 3 มื้อ เนื่องจากภายในห้องไม่มีห้องน้ำ จึงต้องใช้ถังสำหรับขับถ่าย
ต่อมา คุณแม่อ้างว่าถูกย้ายไปอยู่บริเวณที่มีลักษณะเป็นห้องกั้นด้วยซี่เหล็ก โดยมีผู้พักอาศัยอยู่รวมกันประมาณ 12 คน และเล่าว่ากิจวัตรในแต่ละวันเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. จะมีคนพาออกมานั่งบนเก้าอี้และมัดตัวติดกับเก้าอี้จนถึงประมาณ 16.00 น. ก่อนจะพากลับเข้าไปด้านใน เมื่อถึงเช้าวันถัดไปก็ทำเช่นเดิม โดยอ้างว่าใช้ชีวิตอยู่ในลักษณะดังกล่าวประมาณ 1 ปี
สำหรับจุดเริ่มต้นที่ทำให้สามารถออกจากศูนย์ได้ คุณแม่เล่าว่า มีผู้พักอาศัยรายหนึ่งขอใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อญาติและเล่าถึงสภาพความเป็นอยู่ภายในศูนย์ จนญาติติดต่อกลับมายังศูนย์เพื่อขอรับตัวออกไป
จากนั้น คุณแม่อ้างว่าได้แอบนำหมายเลขโทรศัพท์ของน้องสาว ซึ่งในรายการเรียกว่า “อี๊” ส่งให้กับบุคคลดังกล่าว ก่อนที่ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปถึงน้องสาว ทำให้ครอบครัวสามารถติดต่อและดำเนินการพาตัวออกมาได้ แม้เจ้าตัวจะระบุว่าการออกจากศูนย์เป็นไปด้วยความยากลำบาก
ด้าน คุณแมว เจ้าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่รับดูแลคุณแม่ภัทร ได้โฟนอินเข้ามาชี้แจงในรายการ โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ไปรับตัวคุณแม่ แต่ลูกชายเป็นผู้พามา โดยมีการติดต่อรถพยาบาลเอกชนเพื่อเดินทางมาส่ง
เจ้าของศูนย์ยืนยันว่า ไม่มีการจับแก้ผ้า ตามที่มีการกล่าวอ้าง พร้อมอธิบายว่า หากเป็นผู้ป่วยจิตเวชจะมีการจัดให้อยู่ในห้องเดี่ยวแยกออกมา ส่วนกรณีของคุณแม่ภัทร ลูกชายแจ้งว่ามีปัญหาและเกิดการทำร้ายร่างกายกันภายในครอบครัว จึงนำมาฝากให้ทางศูนย์ช่วยดูแล
ส่วนกรณีที่คุณแม่ระบุว่าไม่ต้องการอยู่ที่ศูนย์ เจ้าของศูนย์ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่ระบุว่าหน้าที่ของทางศูนย์คือการรับดูแลตามที่ครอบครัวนำมาฝาก โดยคิดค่าดูแลเดือนละ 20,000 บาท และจัดให้อยู่ในห้องเดี่ยว พร้อมยืนยันว่าเคยผ่านการตรวจสอบจาก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และเปิดให้ทีมงานโหนกระแสเข้าตรวจสอบสถานที่ได้
ส่วนประเด็นที่คุณแม่ระบุว่าไม่มีห้องน้ำภายในห้องพัก คุณแมวชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีผู้ป่วยนำหมอนและที่นอนไปแช่น้ำ จึงจำเป็นต้องนำสิ่งของบางส่วนออก อย่างไรก็ตาม หากผู้พักต้องการเข้าห้องน้ำสามารถเรียกเจ้าหน้าที่เพื่อพาไปได้
สำหรับถังที่จัดเตรียมไว้ภายในห้อง เจ้าของศูนย์ระบุว่าเป็นการจัดไว้เป็น อุปกรณ์สำรองในกรณีฉุกเฉิน หากผู้พักเรียกเจ้าหน้าที่ไม่ทัน ส่วนการติดตั้งอุปกรณ์กั้นหรือป้องกันต่างๆ เจ้าของศูนย์อ้างว่าเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันผู้ป่วยทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ตามแนวทางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
