- 06 ต.ค. 2569
เลขาธิการแพทยสภา ห่วงภาพผู้สูงอายุถูกครอบเตียง ชี้ “เตียงดูแลไม่ควรกลายเป็นกรง” พร้อมจี้ทบทวนมาตรฐานการดูแลทั้งระบบ
พลอากาศเอก นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้ออกมาโพสต์ข้อความล่าสุด เกี่ยวกับเรื่อง
“ผู้สูงอายุไม่ใช่ผู้ต้องขัง…เตียงดูแลไม่ควรกลายเป็นกรง”
ภาพผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียงที่มีโครงเหล็กครอบ ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏเป็นข่าวทำให้ผมในฐานะแพทย์รู้สึกเป็นห่วงอย่างยิ่ง
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีคำชี้แจงจากผู้ประกอบการแล้ว ผมจึงไม่ขอด่วนสรุปว่าผู้ใดผิด
แต่มีหลักการสำคัญที่ต้องพูดให้ชัด คือ เราต้องแยกระหว่าง
“การป้องกันผู้ป่วยตกเตียง” กับ “การจำกัดการเคลื่อนไหวจนเกิดอันตราย”
การผูกยึดหรือจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย (physical restraint) ไม่ควรใช้เป็นมาตรการทั่วไปเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้ม หากมีความจำเป็นต้องใช้ ควรเป็นมาตรการสุดท้าย ภายหลังประเมินความเสี่ยงและพิจารณาทางเลือกอื่นแล้ว ใช้เท่าที่จำเป็นและสั้นที่สุด พร้อมเฝ้าระวังผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
เพราะการจำกัดการเคลื่อนไหวเองอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ ข้อติด กล้ามเนื้อลีบ ภาวะสับสน การบาดเจ็บจากการพยายามดิ้นหรือปีนออก รวมถึงผลกระทบต่อสภาพจิตใจและ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
เรื่องนี้ใหญ่กว่าผู้สูงอายุหนึ่งคน
ประเทศไทยมีผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2568 ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 14.68 ล้านคน คิดเป็น 20.9% ของประชากรทั้งหมด
หมายความว่า คนไทยมากกว่า 1 ใน 5 เป็นผู้สูงอายุแล้ว
ในจำนวนนี้มีทั้งผู้สูงอายุที่แข็งแรง ผู้สูงอายุติดบ้าน ผู้สูงอายุติดเตียง รวมถึงผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลระยะยาว
ดังนั้น สิ่งที่เราเห็นจากภาพหนึ่งภาพ จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหาของสถานดูแลแห่งหนึ่ง แต่ควรเป็น สัญญาณเตือนให้เรากลับมาทบทวนระบบดูแลผู้สูงอายุของประเทศ
“เรามีกฎหมายแล้ว แต่ทำอย่างไรให้มาตรฐานเกิดขึ้นจริง”
ประเทศไทยมีกฎหมายกำกับเรื่องนี้อยู่แล้ว
พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงที่ออกตามกฎหมายดังกล่าวในปี 2563 กำหนดให้กิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงอยู่ภายใต้ระบบการอนุญาต และมีมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการ
ปัจจุบันยังมีระบบ ตรวจประเมินหลังได้รับใบอนุญาต (Post-Audit) ด้วย
สำหรับผู้ป่วยจิตเวช กฎหมายสุขภาพจิตยังมีหลักคุ้มครองเฉพาะเกี่ยวกับการผูกมัดร่างกาย การกักบริเวณ หรือแยกผู้ป่วย โดยต้องมีความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายและอยู่ภายใต้การดูแลตามมาตรฐาน
ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า
“ประเทศไทยมีกฎหมายหรือมาตรฐานหรือไม่” แต่คือ
“เราทำให้มาตรฐานเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงกับผู้สูงอายุทุกคนได้หรือยัง?”
โดยเฉพาะระบบตรวจติดตามหลังออกใบอนุญาต และการเฝ้าระวังคุณภาพการดูแลในชีวิตประจำวัน
ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องมานั่งโต๊ะเดียวกัน เพราะการดูแลผู้สูงอายุเกี่ยวข้องกับหลายระบบและหลายหน่วยงาน ทั้ง
คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมอนามัย กรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ
สปสช.
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผมเห็นว่า กรณีนี้ควรเป็นโอกาสให้ทุกฝ่าย มานั่งโต๊ะเดียวกันในระดับชาติ
ไม่ใช่เพื่อหาว่าใครเป็นผู้รับผิดเพียงฝ่ายเดียว แต่เพื่อร่วมกันค้นหาว่า ช่องว่างของระบบอยู่ตรงไหน และจะปิดช่องว่างเหล่านั้นอย่างไร
อย่างน้อยควรร่วมกันทบทวนมาตรฐานสำคัญ 6 เรื่อง
• มาตรฐานเตียงและสถานที่พักของผู้สูงอายุ ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก
• หลักเกณฑ์และข้อบ่งชี้ในการผูกยึดหรือจำกัดการเคลื่อนไหว
• การป้องกันแผลกดทับและภาวะแทรกซ้อนจากการไม่เคลื่อนไหว
• จำนวน ความรู้ และสมรรถนะของผู้ดูแล ที่อาจจะยังมีไม่พอ
• การตรวจติดตามหลังได้รับใบอนุญาต
• ระบบร้องเรียน การตรวจสอบ และการคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ
เป้าหมายคือทำให้ มาตรฐานความปลอดภัยเดียวกันไปถึงผู้สูงอายุทุกคน ไม่ว่าจะอยู่กับครอบครัว ในชุมชน หรือในสถานดูแล
ฝากถึงครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ในสถานดูแล ️ครอบครัวควรมีส่วนร่วมในการดูแลด้วย
• ตรวจสอบว่าสถานดูแลอยู่ในระบบอนุญาตตามกฎหมายหรือไม่
• เข้าเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ และสังเกตสภาพร่างกาย ผิวหนัง แผลกดทับ น้ำหนัก สุขอนามัย และความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรม
• หากพบว่ามีการผูกยึดหรือจำกัดการเคลื่อนไหว ควรสอบถามเหตุผล ใครเป็นผู้ประเมิน มีทางเลือกอื่นหรือไม่ และมีการบันทึกติดตามอย่างไร
• หากสงสัยว่าสถานประกอบการไม่ได้มาตรฐาน สามารถแจ้งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) Call Center 02-193-7999
• หากพบผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง ถูกกระทำรุนแรง หรือประสบปัญหาทางสังคม สามารถแจ้ง ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวง พม. สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง
อย่าแก้เพียง “กรงหนึ่งกรง”
แต่ต้องบูรณาการแก้ทั้งระบบ เพื่อไม่ให้ภาพเช่นนี้เกิดขึ้นอีก
แพทยสภาพร้อมนำองค์ความรู้และเครือข่ายทางการแพทย์ เข้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยทบทวนและพัฒนามาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัย ให้ผู้สูงอายุไทยได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
เพราะวันนี้เราอาจเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ แต่วันหนึ่งเราทุกคนก็จะเป็นผู้สูงอายุเช่นกัน
ระบบที่เราช่วยกันสร้างในวันนี้
คือระบบที่จะกลับมาดูแลพวกเราในวันข้างหน้าครับ
พลอากาศเอก นพ.อิทธพร คณะเจริญ
เลขาธิการแพทยสภา
(เครดิตภาพ: จาก เรื่องเล่าเช้านี้ )
