- 07 ต.ค. 2569
ฝนตกหนักบวกน้ำทะเลหนุนสูง ดัน น้ำท่วมฉะเชิงเทรา เอ่อล้น แม่น้ำบางปะกง ท่วมถนนแปดริ้ว 20-35 ซม. รถดับหลายคัน ชาวบ้านเร่งกั้นกระสอบทราย
สถานการณ์น้ำท่วมฉะเชิงเทรา ยังคงน่าห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอบางคล้า และ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ที่ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดช่วงค่ำวันที่ 6 ตุลาคม 2569 พื้นที่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่ได้รับผลกระทบในวงกว้าง เริ่มเกิด น้ำท่วมขัง บนถนนสายสำคัญหลายจุดกลาง เมืองแปดริ้ว โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ฝนตกหนัก ติดต่อกัน ประกอบกับภาวะ น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ แม่น้ำบางปะกง ไม่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้ทัน มวลน้ำจึงเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำทันที
สำรวจจุดน้ำท่วมถนนสายสำคัญในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา
- ถนนชุมพล (บริเวณหน้า โรงเรียนเบญจมราชรฤษฎิ์ และหน้า สถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา): มีระดับ น้ำท่วมขัง สูงประมาณ 20–30 เซนติเมตรตลอดทั้งสาย ส่งผลให้ รถจักรยานยนต์ หลายคันที่พยายามขับฝ่าน้ำเกิดเครื่องยนต์ดับ ต้องจอดและเข็นเข้าข้างทาง
- ถนนพานิช (ถนน 100 หมอ): มีน้ำท่วมเต็มพื้นที่จนถึงขอบฟุตบาท แต่รถยนต์ยังสามารถสัญจรผ่านได้
- ถนนมรุพงษ์ริมน้ำ: ถนนเส้นที่อยู่ติด แม่น้ำบางปะกง มากที่สุด พบว่าน้ำเอ่อท่วมขึ้นมาถึงขอบฟุตบาท โดย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้นำ เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ มาติดตั้งเพื่อเร่งสูบน้ำระบายลงสู่แม่น้ำ
- หน้าโรงพยาบาลพุทธโสธร: เจ้าหน้าที่ทำการปิดช่องทางเข้า 1 ช่องทาง พร้อมวาง กระสอบทราย เป็นแนวป้องกัน และเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่เพื่อไม่ให้น้ำเอ่อเข้าเขตสำคัญ
- ถนนหน้าเมือง: จุดพื้นที่ต่ำของเมือง มีระดับน้ำท่วมขังสูงถึง 30–35 เซนติเมตร รถจักรยานยนต์สตาร์ตไม่ติดหลายคันจนต้องเข็นจอดริมทาง
เร่งตั้งแนวป้องกันกระสอบทราย หวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยปี 2554
ชาวบ้านในพื้นที่ที่มีประสบการณ์จากเหตุการณ์ น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ได้เริ่มรับมือด้วยการนำ กระสอบทราย มาวางเสริมแนวคันปูนเดิม และตั้งแนวป้องกันหน้าร้านค้า เพื่อป้องกันคลื่นน้ำที่เกิดจากรถยนต์วิ่งผ่านไหลทะลักเข้าสร้างความเสียหายภายในอาคาร
สรุปสาเหตุและแนวโน้มสถานการณ์
มวลน้ำที่ทะลักเข้าท่วมเมืองในครั้งนี้ เกิดจาก ฝนตกหนัก ร่วมกับมวลน้ำเหนือที่ไหลมาจาก อำเภอบางคล้า อำเภอพนมสารคาม และ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ไหลมารวมกันที่ แม่น้ำบางปะกง ประจวบเหมาะกับช่วง น้ำทะเลหนุนสูง จนเกิดการเอ่อล้น
ทั้งนี้ คาดว่าหากระดับน้ำทะเลเริ่มลดลงตามรอบ และไม่มีฝนตกหนักหรือมวลน้ำใหม่เข้ามาเพิ่ม ระดับน้ำท่วมขัง ในเขตเมืองจะค่อยๆ ลดลงและเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงกลางดึก อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำยังคงต้องติดตาม การเฝ้าระวังน้ำท่วม อย่างใกล้ชิด
