- 08 ต.ค. 2569
น้ำท่วมโผงเผง ท่วมขังนานกว่า 1 สัปดาห์ ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ขยะลอยเกลื่อน ชาวบ้านป่วยโรคน้ำกัดเท้าหนัก รพ.สต. เร่งแจกยาทาบรรเทาอาการเบื้องต้น
สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่ ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ยังคงอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง แม้ว่าระดับน้ำใน แม่น้ำเจ้าพระยา จะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยปริมาณ น้ำท่วมขัง ที่สูงและยืดเยื้อมานานกว่า 1 สัปดาห์ ทำให้มวลน้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งและเปลี่ยนเป็นสีดำ อีกทั้งยังมี ขยะมูลฝอย ลอยเกลื่อนปะปนกับกระแสน้ำ ซ้ำเติมความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก
จากการสำรวจพบว่า ประชาชนยังคงต้องใช้เรือในการสัญจร แต่ระดับน้ำที่ทะลักท่วมสูงจนถึงบริเวณชั้นสองของตัวบ้าน บังคับให้ชาวบ้านหลายรายจำใจต้องเดินลุย น้ำเน่าเสีย เพื่อเข้า-ออกบ้านและปฏิบัติภารกิจประจำวัน นำไปสู่ปัญหา โรคน้ำกัดเท้า ที่แพร่ระบาดอย่างหนัก เกิดอาการผิวหนังเปื่อยและเป็นแผลอักเสบ สร้างความทรมานแก่ผู้ประสบภัย
เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โผงเผง ได้เร่งนำ ยาทาแก้โรคน้ำกัดเท้า และเวชภัณฑ์พื้นฐาน ลงพื้นที่แจกจ่ายถึงบ้านเรือนประชาชน เพื่อยับยั้งการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ยาที่ได้รับแจกยังคงทำได้เพียงแค่บรรเทาอาการในระยะสั้นเท่านั้น
เสียงสะท้อนจากผู้ประสบภัยน้ำท่วมโผงเผง
- นางลำไย พุ่มพวง อายุ 66 ปี ชาวบ้าน ตำบลโผงเผง เล่าว่า น้ำที่ท่วมขังเริ่มส่งผลเสียทำให้เท้าถูกน้ำกัดจนมีอาการคันอย่างมาก ตอนนี้ทำได้เพียงพยายามหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ และนำยาที่ อนามัยโผงเผง แจกมาทาบรรเทาอาการเบื้องต้น
- นายอเนก สุขโขเจริญ อายุ 67 ปี เปิดเผยว่า น้ำที่ไหลเข้ามาเริ่มหยุดนิ่งไม่ระบายออก จึงเกิดการ น้ำเน่าเสีย เนื่องจากช่วงที่มวลน้ำไหลเข้ามาได้พัดพาเอาขยะและ เศษวัชพืช เข้ามาด้วย เมื่อน้ำขังอยู่นิ่งๆ ขยะเหล่านั้นจึงทำให้น้ำเน่า ส่งผลให้ชาวบ้านป่วยเป็น โรคน้ำกัดเท้า เป็นจำนวนมาก
ข้อมูลปริมาณน้ำล่าสุดระบุว่า เขื่อนเจ้าพระยา ได้ปรับลดอัตราการระบายน้ำลงมาอยู่ที่ 2,350 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ สถานีชลมาตร C7A บริเวณหน้าศาลากลาง จังหวัดอ่างทอง มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,340 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 8.80 เมตร (จากระดับตลิ่ง 9.90 เมตร) ซึ่งลดลงจากเมื่อวาน 16 ซม.
อย่างไรก็ตาม ภาพรวม อุทกภัย ในพื้นที่ จังหวัดอ่างทอง ได้ขยายวงกว้างไปแล้ว 6 อำเภอ 44 ตำบล 194 หมู่บ้าน 2,254 ครัวเรือน โดยเฉพาะ พื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ ยังคงได้รับผลกระทบหนัก ทำให้บ้านเรือนประชาชนริมฝั่งต้องเผชิญกับภาวะ น้ำท่วมขังสูง ต่อไป
