- 08 ต.ค. 2569
สุดอาลัย "น้องขนุน" อาสากู้ภัยวัย 17 ปี จากไปแต่ยังเป็นผู้ให้ บริจาคหัวใจ-ไต ส่งต่อโอกาสชีวิตให้กับผู้อื่น ขอนับถือหัวใจจากใจจริง
มูลนิธิเทวฤทธิ์ ทรงธรรม จังหวัดเชียงใหม่ โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ “น้องขนุน” นายวริทธิ์นันท์ ณ เชียงใหม่ อายุ 17 ปี อาสาสมัครกู้ภัยของมูลนิธิเทวฤทธิ์ ทรงธรรม จุดสารภี นามเรียกขาน “อาสา 123” หลังเสียชีวิตในวัยเพียง 17 ปี แต่ยังคงสร้างความประทับใจและส่งต่อโอกาสให้กับผู้อื่น ด้วยการบริจาคอวัยวะในวาระสุดท้ายของชีวิต
ทางมูลนิธิระบุข้อความว่า “ด้วยรักและอาลัย...ในหัวใจแห่งผู้เสียสละ” พร้อมกล่าวถึงน้องขนุนว่า แม้จะจากไปในวัยเพียง 17 ปี แต่ได้ฝากความดีอันยิ่งใหญ่ไว้ให้ผู้คนจดจำ จากอาสาสมัครผู้ช่วยเหลือชีวิต สู่ผู้มอบโอกาสแห่งชีวิตให้กับผู้อื่นเป็นครั้งสุดท้าย
น้องขนุนเป็นเยาวชนคนหนึ่งที่เลือกเดินบนเส้นทางแห่งจิตอาสา ใช้เวลาส่วนหนึ่งของชีวิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ แม้อายุยังน้อย แต่มีหัวใจที่เต็มไปด้วยความเสียสละและความตั้งใจที่จะทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
แม้วันนี้เส้นทางชีวิตของน้องจะสิ้นสุดลงก่อนวัยอันควร แต่คุณงามความดีกลับไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมกับลมหายใจ เพราะในวาระสุดท้าย น้องยังคงทำหน้าที่เป็น “ผู้ให้” ด้วยการบริจาคอวัยวะ เพื่อมอบโอกาสในการมีชีวิตต่อให้กับเพื่อนมนุษย์
โดยหัวใจของน้องจะถูกนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่าย ขณะที่ไตจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการรักษาชีวิตของผู้ป่วยที่กำลังรอคอยการรักษา
ทางมูลนิธิระบุว่า สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงการบริจาคอวัยวะ แต่คือการส่งต่อความรัก ความเมตตา และความหวังจากชีวิตหนึ่งไปสู่อีกหลายชีวิต
สำหรับภารกิจส่งต่ออวัยวะเพื่อการปลูกถ่าย มีกำหนดดำเนินการในวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทีม MOTORLANCE TSC ศูนย์ปลอดภัยคมนาคมเชียงใหม่ กระทรวงคมนาคม รับภารกิจอำนวยความสะดวกในการนำส่งอวัยวะเพื่อการปลูกถ่าย ตามข้อมูลการประสานงาน
สำหรับอวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่าย ประกอบด้วย หัวใจ โดยทีมผ่าตัดจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ ไต โดยทีมผ่าตัดในจังหวัดเชียงใหม่
ในนามของพระอาจารย์เทวินทร์ เทวญาโณ ประธานมูลนิธิเทวฤทธิ์ ทรงธรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ และพี่น้องอาสาสมัครทุกนาย ได้ร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของน้องขนุน พร้อมยกย่องความเสียสละของน้อง รวมถึงความเมตตาและความเข้มแข็งของครอบครัวที่ร่วมส่งต่อโอกาสแห่งชีวิตให้แก่ผู้อื่น
มูลนิธิระบุว่า การสูญเสียอาสาสมัครคนหนึ่งเป็นความโศกเศร้าของทุกคน โดยเฉพาะเมื่อน้องขนุนยังมีอายุเพียง 17 ปี และยังมีความฝันรวมถึงอนาคตอีกยาวไกล แต่ท่ามกลางความสูญเสีย สิ่งหนึ่งที่ทำให้พี่ ๆ อาสาสมัครภาคภูมิใจ คือการที่น้องได้ทำหน้าที่ของอาสาสมัครผู้เสียสละอย่างสมบูรณ์ แม้กระทั่งในวาระสุดท้ายของชีวิต
“น้องขนุน” จากวันนี้ไป พี่ ๆ อาจไม่ได้เห็นรอยยิ้มของน้องอีกแล้ว และไม่ได้ยินเสียงตอบรับทางวิทยุสื่อสารจาก “อาสา 123” อีกต่อไป แต่ทุกครั้งที่ออกปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และทุกครั้งที่ได้เห็นชีวิตหนึ่งได้รับโอกาสใหม่ พวกเขาจะระลึกถึงน้องในฐานะอาสาสมัครผู้มีหัวใจแห่งการให้เสมอ
แม้เสียงเรียกขาน “อาสา 123” จะเงียบลง แต่ความดีของน้องขนุนจะยังคงอยู่ในความทรงจำของพี่ ๆ อาสาสมัครตลอดไป
ทางมูลนิธิได้กล่าวอำลาน้องขนุนว่า ขอให้น้องหลับให้สบาย ไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้ว พร้อมยืนยันว่าพี่ ๆ ทุกคนภูมิใจในตัวน้อง และจะไม่มีวันลืมว่า ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมีอาสาสมัครตัวน้อยที่มีหัวใจยิ่งใหญ่ชื่อว่า “น้องขนุน”
พร้อมขอให้อานิสงส์แห่งมหาทานอันประเสริฐนี้ เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้น้องไปสู่สุคติในสัมปรายภพ ด้วยรัก ด้วยอาลัย และด้วยความภาคภูมิใจอย่างสุดหัวใจ
