แม่ภัทร ไปโรงงานของตัวเอง แต่เข้าไปไม่ได้ โทรหา ลูกเบนซ์ ยิ่งทรุด

"แม่ภัทร" ไปโรงงานของตัวเองล่าสุด แต่เข้าไปไม่ได้ โทรหา "ลูกเบนซ์ - กุ้งฝอย" แล้ว แต่สิ่งที่ได้ทำแทบทรุดรอบสอง

ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีพิพาทภายในครอบครัวของ “แม่ภัทร” กับ “เบนซ์” ลูกชาย และ “กุ้งฝอย” ลูกสะใภ้ หลังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิในการบริหารและครอบครองโรงงานผลิตเครื่องสำอาง ล่าสุดแม่ภัทรเดินทางกลับไปยังโรงงานที่ระบุว่าเป็นผู้ลงทุนสร้างมากับมือ แต่กลับไม่สามารถเข้าไปภายในได้ แม้จะพยายามเรียกคนด้านในและโทรศัพท์ติดต่อคู่กรณีแล้วก็ตาม

 

แม่ภัทร ไปโรงงานของตัวเอง แต่เข้าไปไม่ได้ โทรหา ลูกเบนซ์ ยิ่งทรุด

ก่อนหน้านี้ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พาแม่ภัทรเดินทางไปยังบริษัท แกลม แลบอราทอรี่ จำกัด ภายในซอยลาดพร้าว 62 เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ร่วมลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่กำลังเป็นข้อพิพาทระหว่างแม่ภัทรกับลูกชายและลูกสะใภ้

 

เมื่อเดินทางถึงโรงงาน แม่ภัทรพยายามกดกริ่งหน้าประตู พร้อมตะโกนสอบถามว่ามีใครอยู่ภายในหรือไม่ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อเบนซ์ ลูกชาย ซึ่งกำลังมีข้อพิพาทเกี่ยวกับโรงงาน แต่ปลายสายไม่มีผู้รับ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ภายในได้ ก่อนเดินทางกลับไปยัง สน.วังทองหลาง

 

ล่าสุดมีรายงานว่า แม่ภัทรได้กลับไปดูโรงงานที่ตนเองยืนยันว่าเป็นผู้สร้างมากับมือ แต่ไม่สามารถเข้าไปภายในได้เช่นเดิม แม้จะตะโกนเรียกให้เปิดประตูแล้วก็ไม่มีใครออกมา ขณะเดียวกัน เมื่อพยายามโทรศัพท์ติดต่อทั้งเบนซ์ ลูกชาย และกุ้งฝอย ลูกสะใภ้ ก็ยังไม่มีผู้รับสาย

 

แม่ภัทรเปิดเผยว่า เดิมโรงงานแห่งนี้ดำเนินกิจการภายใต้ชื่อบริษัท พีบีบี (PBB) คอสเมติก ก่อนที่ลูกชายจะเข้ามาบริหารและเปลี่ยนเป็นชื่อบริษัทปัจจุบัน โดยยืนยันว่าตนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างโรงงาน รวมถึงจัดหาเครื่องจักรสำหรับรับผลิตเครื่องสำอางให้กับแบรนด์ต่าง ๆ

แม่ภัทร ไปโรงงานของตัวเอง แต่เข้าไปไม่ได้ โทรหา ลูกเบนซ์ ยิ่งทรุด

ส่วนกรณีที่เบนซ์และกุ้งฝอยเคยชี้แจงในรายการโหนกระแสว่า ได้ลงทุนปรับปรุงโรงงานเป็นเงินจำนวนมากนั้น แม่ภัทรโต้แย้งว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีเพียงการปรับห้องรับรองบริเวณด้านหน้าให้เป็นสำนักงาน และเปลี่ยนป้ายชื่อบริษัทเท่านั้น ขณะที่โครงสร้างโรงงานและเครื่องจักรภายในยังคงอยู่ในสภาพเดิม

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เบนซ์และกุ้งฝอยได้เผชิญหน้ากับแม่ภัทรในรายการโหนกระแส โดยทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลแตกต่างกันเกี่ยวกับข้อตกลงในการดำเนินกิจการ แม่ภัทรยืนยันว่าเป็นการให้ลูกชายเข้ามาช่วยบริหารและเช่าโรงงาน ขณะที่กุ้งฝอยระบุว่าเป็นข้อตกลงเซ้งกิจการ พร้อมอ้างว่ามีการจ่ายเงินและลงทุนปรับปรุงโรงงานไปแล้วประมาณ 2.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในรายการยังไม่มีเอกสารข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกันมาแสดง

 

ระหว่างรายการ เบนซ์เคยก้มกราบขอโทษแม่ภัทรต่อหน้าผู้ร่วมรายการ แต่ภายหลังแม่ภัทรเปิดเผยว่ายังไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ตามปกติ ก่อนจะเกิดเหตุเดินทางกลับไปยังโรงงานและไม่มีผู้เปิดประตูให้เข้าไปตรวจสอบ

 

ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเบนซ์หรือกุ้งฝอยอยู่ภายในโรงงานในช่วงเวลาที่แม่ภัทรเดินทางไปหรือไม่ รวมถึงยังไม่ทราบสาเหตุที่ไม่มีผู้ตอบรับ ขณะที่ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองและบริหารโรงงานของทั้งสองฝ่ายยังต้องติดตามข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

 

แม่ภัทร ไปโรงงานของตัวเอง แต่เข้าไปไม่ได้ โทรหา ลูกเบนซ์ ยิ่งทรุด