- 10 ต.ค. 2569
น้ำท่วมยังไม่ทันคลี่คลาย กลับเกิดเหตุเศร้าซ้ำเติมครอบครัว หนุ่มวัย 19 ปี พยายามใช้เครื่องสูบน้ำไดโว่ระบายน้ำออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุชายวัย 19 ปี ถูกกระแสไฟฟ้าดูดขณะใช้เครื่องสูบน้ำไดโว่ระบายน้ำท่วมออกจากบ้านพัก ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ญาติและเจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านหลังเกิดเหตุ พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังบริเวณชั้นล่าง สูงประมาณ 10–20 เซนติเมตร ภายในบ้านมีเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าและสายยางที่ใช้ระบายน้ำออกจากตัวบ้าน
น.ส.ฐิติวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี น้องสาวของนายนพรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ปกติครอบครัวอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน ประกอบด้วยพี่น้อง 3 คน และยายอีก 1 คน แต่หลังจากเกิดน้ำท่วมบ้าน ครอบครัวจึงให้ยายย้ายไปพักอาศัยที่อื่นเป็นการชั่วคราว เนื่องจากบ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ต่ำ ทำให้น้ำจากคลองเมืองไหลเข้ามาตามท่อและท่วมขังต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งสัปดาห์
ที่ผ่านมา พี่ชายพยายามใช้เครื่องสูบน้ำไดโว่ระบายน้ำออกจากชั้นล่างของบ้าน โดยหวังให้น้ำลดลงและยายสามารถกลับมาอยู่บ้านได้ตามปกติ
กระทั่งเช้าวันเกิดเหตุ ขณะที่ตนเองและน้องชายพักอยู่ภายในบ้าน ส่วนพี่ชายลงไปจัดการสูบน้ำบริเวณชั้นล่าง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงพี่ชายร้องเรียกชื่อน้องชาย จึงตกใจรีบวิ่งออกไปดู
น้องสาวเล่าต่อว่า พี่ชายพยายามบอกไม่ให้เข้าไปใกล้ ตอนนั้นตนเองคาดว่าพี่ชายน่าจะถูกกระแสไฟฟ้าดูด จึงรีบไปยกคัตเอาต์เพื่อตัดกระแสไฟฟ้า ขณะที่น้องชายช่วยดึงปลั๊กเครื่องสูบน้ำออก ก่อนจะรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่เมื่อกลับมาพบพี่ชายอีกครั้ง กลับพบว่าไม่รู้สึกตัวแล้ว
กู้ภัยเร่งช่วยชีวิต ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
นายกิตติศักดิ์ มาทอง เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพว่ามีผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูด จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ แม้ขณะนั้นกำลังจะออกเวรแล้วก็ตาม
เมื่อไปถึง พบผู้ประสบเหตุนอนคว่ำหน้า โดยมีเครื่องสูบน้ำไดโว่อยู่บริเวณระหว่างขา ขณะนั้นมีการตัดกระแสไฟฟ้าแล้ว แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้ประสบเหตุถูกไฟฟ้าดูดเป็นเวลานานเท่าใด
เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าผู้ประสบเหตุมีน้ำลายฟูมปาก จึงรีบนำตัวออกจากบริเวณดังกล่าวเพื่อทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) พร้อมประสานรถกู้ชีพเข้ารับช่วงช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ผู้ประสบเหตุเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ ยังพบรอยคล้ายรอยไหม้บริเวณขาซ้ายเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย เบื้องต้นคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องสูบน้ำไดโว่ แต่ยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เทศบาลแสดงความเสียใจ เร่งตรวจสอบสิทธิช่วยเหลือครอบครัว
ด้านว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยระบุว่าการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว
เบื้องต้น เทศบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือครอบครัว โดยจะใช้เงินส่วนตัวช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
นอกจากนี้ ยังได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อเร่งตรวจสอบสิทธิการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาล สำหรับกรณีประชาชนประสบภัยน้ำท่วมและเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้าดูด
นายกเทศมนตรีระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อพิจารณาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าเงื่อนไขการได้รับเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ โดยเบื้องต้นมีข้อมูลเกี่ยวกับวงเงินช่วยเหลือประมาณ 2 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าครอบครัวจะได้รับเงินจำนวนดังกล่าวหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบและการพิจารณาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อน
เตือนประชาชนระวังไฟฟ้ารั่วในพื้นที่น้ำท่วม
นายกเทศมนตรีฝากเตือนประชาชนที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบน้ำ โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง เพราะอาจเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
หากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่ว ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและอุปกรณ์ไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าว พร้อมรีบแจ้งศูนย์ป้องกันเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมของเทศบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการอย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายจากกระแสไฟฟ้าในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งนอกจากสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและการดำเนินชีวิตแล้ว ยังอาจคร่าชีวิตประชาชนได้โดยไม่คาดคิด จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่อยู่ในน้ำ และไม่เข้าไปช่วยเหลือผู้ที่สงสัยว่าถูกไฟฟ้าดูดจนกว่าจะมั่นใจว่าตัดกระแสไฟฟ้าแล้ว โดยควรให้เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เข้าดำเนินการช่วยเหลือ
