- 10 ต.ค. 2569
บีบหัวใจครอบครัว นายทองพิมพ์ ม่วงพรหม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.คู้ลำพัน อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าดูดขณะออกช่วยเหลือลูกบ้านที่ประสบอุทกภัย
ความสูญเสียที่ยากจะทำใจของครอบครัวนายทองพิมพ์ ม่วงพรหม หรือ “ผู้ใหญ่พิมพ์” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.คู้ลำพัน อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าดูดในคืนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ขณะออกช่วยเหลือลูกบ้านที่ประสบอุทกภัย ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและชาวบ้านที่ต่างยกย่องให้เป็นวีรบุรุษของชุมชน
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ครอบครัวเดินทางไปรับร่างผู้ใหญ่พิมพ์ที่โรงพยาบาลศรีมโหสถ โดยมีน้องบีวัน ลูกชายวัย 7 ขวบ เดินเคียงข้างนางยุพิน เนาวะรัตน์ อายุ 50 ปี ผู้เป็นแม่ ก่อนนำร่างไปประกอบพิธีเชิญวิญญาณบริเวณจุดเกิดเหตุริมถนนสาย 319 ฝั่งมุ่งหน้าพนมสารคาม หน้าวัดราษฎร์รังสฤษดิ์ หรือวัดไผ่ขาด หมู่ 4 ต.คู้ลำพัน จากนั้นนำร่างไปประกอบพิธีตามความเชื่อ ก่อนตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดคู้ลำพัน โดยมีกำหนดรดน้ำศพในเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน
ขณะที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ลูกชายวัย 7 ขวบเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุไม่ได้อยู่กับพ่อ และทราบข่าวจากคนโทรศัพท์มาบอก ทำให้รู้สึกเสียใจและคิดถึงพ่อมาก ที่ผ่านมายังฝันเห็นพ่อในชุดที่ประสบเหตุไฟดูด แต่รู้สึกภูมิใจในตัวพ่อที่เสียสละช่วยเหลือคนอื่น พร้อมบอกว่าหลังจากนี้จะอยู่กับแม่และช่วยกันดูแลกัน ส่วนความฝันของตัวเองในอนาคตคือการเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพื่อทดลองและเรียนรู้สิ่งใหม่
จากนั้นภรรยาได้พาผู้สื่อข่าวไปดูบ้านพัก ซึ่งเป็นบ้านไม้เก่า พบว่าใต้ถุนบ้านยังคงมีน้ำท่วมขัง แม้บ้านข้างเคียงน้ำจะแห้งแล้ว สภาพตัวบ้านมีร่องรอยปลวกกัดแทะเนื้อไม้จนเป็นรู ขณะที่หลังคาสังกะสีชำรุดและรั่วซึมเมื่อฝนตก สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของครอบครัวที่กำลังเผชิญทั้งความสูญเสียและผลกระทบจากน้ำท่วม
ภายในบ้านยังมีประกาศนียบัตรและรางวัลที่ผู้ใหญ่พิมพ์ได้รับจากการทำความดี โดยหนึ่งในนั้นเป็นประกาศนียบัตรจากโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อยกย่องความกล้าหาญ หลังเคยกระโดดน้ำทุบกระจกรถกระบะที่ตกบ่อเลี้ยงปลา ช่วยชีวิตเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่ติดอยู่ภายในรถจนรอดชีวิตมาได้
นางยุพินเล่าว่า วันเกิดเหตุได้โทรศัพท์หาสามีในช่วงเที่ยง แต่ไม่ได้รับสาย เนื่องจากสามีกำลังปฏิบัติหน้าที่ กระทั่งมีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาแจ้งว่าสามีถูกไฟฟ้าดูดและกำลังนำส่งโรงพยาบาล จึงรีบเดินทางไปทันที โดยตนทราบเพียงว่าสามีกำลังออกไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่วนรายละเอียดของเหตุการณ์ยังไม่ทราบแน่ชัด
ภรรยาระบุด้วยว่า ตลอดช่วงน้ำท่วม สามีออกไปช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งช่วยขนย้ายสิ่งของและกั้นน้ำ แม้บ้านและพื้นที่ทำกินของครอบครัวจะถูกน้ำท่วมเช่นกัน แต่สามีกลับเลือกออกไปช่วยลูกบ้านก่อนครอบครัวเสมอ เพราะเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นสิ่งสำคัญ
หลังสามีจากไป ครอบครัวต้องเผชิญความยากลำบากอย่างหนัก เนื่องจากตนมีปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และต้องดูแลลูกชายวัย 7 ขวบเพียงลำพัง ขณะที่บ้านพักก็มีสภาพทรุดโทรม ปลวกกัดแทะหลายจุดและหลังคารั่ว จนกังวลเรื่องความปลอดภัยในการอยู่อาศัย
นางยุพินกล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อขอความช่วยเหลือแล้ว แต่ทราบว่าการดำเนินโครงการช่วยเหลือหรือสร้างบ้านอาจต้องรอถึงปีหน้า จึงอยากขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งพิจารณาช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้ตนและลูกมีบ้านที่มั่นคงพอจะอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย โดยยังมีข้อจำกัดสำคัญคือครอบครัวไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทั้งบริเวณบ้านพักและพื้นที่ทำกิน แม้จะทำมาหากินในพื้นที่มานานประมาณ 30 ปีแล้วก็ตาม
แม้วันนี้ยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของสามี แต่สิ่งที่ทำให้มีกำลังใจต่อสู้ชีวิตคือความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและประชาชนที่ทราบข่าว พร้อมกล่าวขอบคุณสามีที่ไม่เคยทอดทิ้งครอบครัวและชุมชน แม้ในวันที่จากไปแล้ว ความดีของสามีก็ยังส่งต่อความช่วยเหลือมาถึงตนและลูก “อยากบอกผู้ใหญ่ว่าภูมิใจในตัวผู้ใหญ่มาก ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งกัน แม้วันนี้ผู้ใหญ่ไม่อยู่แล้ว แต่ความดีของผู้ใหญ่ยังทำให้ตนกับลูกได้รับความช่วยเหลือ อย่างน้อยก็อยากมีบ้านหลังเล็ก ๆ ให้ลูกได้อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย เพราะตนไม่สามารถสร้างบ้านขึ้นมาเองได้”
ทั้งนี้ ครอบครัวมีกำหนดประกอบพิธีรดน้ำศพในเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2569 และสวดพระอภิธรรมจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม ก่อนประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ณ วัดคู้ลำพัน
เรื่องราวของผู้ใหญ่พิมพ์จึงไม่ใช่เพียงความสูญเสียของครอบครัวหนึ่ง แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของผู้นำชุมชนที่ยอมเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นจนวาระสุดท้าย และวันนี้ครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังความเสียสละนั้น ยังคงต้องการกำลังใจและความช่วยเหลือ เพื่อให้แม่กับลูกสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง
