- 11 ต.ค. 2569
เปิดเหตุผล โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลพุทธิรังสีพิบูล ฉีก MOU "ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล" และ "อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ"
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 69 ทางด้าน เฟซบุ๊กเพจ โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จ.ฉะเชิงเทรา ออกแถลงการณ์เรื่อง ยกเลิกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมนักเรียนด้านกีฬาฟุตบอลระหว่างโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล กับ ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล ระบุว่า...
ด้วย เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล โดย นายปิยราช สืบเชื้อวงศ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ได้เป็นผู้แทนของโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมนักเรียนด้านกีฬาฟุตบอลระหว่างโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลกับชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล (MOU) กับนายฐิติโชติ เปี่ยมการพจน์ ประธานชมรมพุทธิรังสีพิบูล รายละเอียดปรากฏตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมนักเรียนด้านกีฬาฟุตบอล ระหว่างโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล กับ ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล เอกสารแนบท้าย
ต่อมา ระหว่างการตกลงความร่วมมือดังกล่าว ได้เกิดปัญหาที่ทางชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลละเมิดข้อตกลง (MOU) หลายประการ เช่น มีการละเมิดข้อตกลง ข้อ 2.1 กล่าวคือ ทางโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลได้สอบถามขอรายชื่อผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และทีมงาน ไปยังประธานชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล ตั้งแต่ในระยะแรกที่มีการทำบันทึกความตกลงกัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในด้านความปลอดภัยแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนในโรงเรียน ตลอดจนเพื่อความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลซึ่งเป็นสถานที่ราชการ เนื่องจากการที่โรงเรียนฯ ทราบว่าคณะบุคคล ผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และทีมงานของชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลมีบุคคลใดบ้าง ย่อมทำให้โรงเรียนฯ สามารถป้องกันมิให้มีบุคคลภายนอกที่มิได้มีความเกี่ยวข้องกับทางชมรมฯ แอบอ้างหรือแฝงตัวเข้ามาในโรงเรียนฯ อันเป็นสถานศึกษาและสถานที่ราชการได้ แต่จนถึงปัจจุบันชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลไม่เคยส่งรายชื่อผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และทีมงานให้กับโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล ตามข้อตกลง ข้อ 2.1 แต่อย่างใด
ประกอบกับชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล ละเมิดข้อตกลง ข้อ 3. เรื่องการใช้สถานที่ในโรงเรียน กล่าวคือ ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลก่อสร้างอาคารโรงอาหารภายในโรงเรียนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากโรงเรียนฯ และโรงเรียนฯ ได้เคยมีหนังสือแจ้งให้ทางชมรมฯ แยกมิเตอร์ไฟฟ้าของโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล กับของชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล ออกจากกันให้ชัดเจน แต่จนถึงปัจจุบันทางชมรมฯ ยังคงเพิกเฉยไม่ดำเนินการ
นอกจากนี้ ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลละเมิดข้อตกลง ข้อ 5.4 กล่าวคือ ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลนำนักเรียนของโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลซึ่งเป็นนักกีฬาของชมรมฯ เดินทางออกนอกโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาตหลายครั้ง นอกจากเป็นการละเมิดข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการปฏิบัติที่ฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาออกไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2548 ทั้งที่ข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อสำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียนโดยตรง แต่ชมรมฯ กลับละเมิดข้อตกลงดังกล่าว รวมถึงชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลปล่อยปละละเลยไม่สามารถส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนซึ่งเป็นนักกีฬาของชมรมฯ ปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัยของโรงเรียนฯ ได้ เช่น การปล่อยให้นักเรียนมาโรงเรียนสาย ปล่อยให้นักเรียนไม่เข้าเรียนในวันที่ไม่มีการแข่งขัน ปล่อยให้นักเรียนไม่ทำงานส่งครูในหลายรายวิชา เป็นต้น
เมื่อโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล โดย นายปิยราช สืบเชื้อวงศ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลได้พยายามเข้าพบและติดต่อพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันกับคณะผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และทีมงานของชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล กลับไม่ได้รับความร่วมมือ มีการปฏิเสธไม่ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเข้าพบถึงสามครั้ง เมื่อผู้อำนวยการสถานศึกษาพยายามโทรศัพท์ติดต่อไปก็ไม่มีการรับสาย และไม่ได้รับการติดต่อกลับ ทำให้โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลไม่สามารถหารือแนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับทางชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักเรียนได้ กอปรกับชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลยังคงละเมิดข้อตกลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการนำนักเรียนของโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลซึ่งเป็นนักกีฬาของชมรมฯ เดินทางออกนอกโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต ครั้งล่าสุดคือการพานักเรียนเดินทางไปแข่งขันที่จังหวัดแพร่เมื่อวันที่ 3 - 4 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้รับอนุญาตตามข้อตกลง ข้อ 5.4 และตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาออกไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2548 แต่อย่างใด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ประธานชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลพร้อมคณะผู้ฝึกสอนและทีมงาน ได้แสดงเจตนาโดยแจ้งชัดผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ให้ประชาชนโดยทั่วไปทราบแล้วว่า ประสงค์ที่จะให้สโมสรหรือโรงเรียนอื่นที่ต้องการให้ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลพร้อมคณะผู้ฝึกสอนไปพัฒนาให้ติดต่อมาในลักษณะที่ไม่ประสงค์ที่จะอยู่ที่โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลอีกต่อไป นอกจากนี้ ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลได้มีการกระทำหลายประการที่อาจเข้าข่ายลักษณะการปลุกปั่น ยุยง ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา และในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ สร้างเงื่อนไขในการขับไล่ผู้บริหารสถานศึกษา ด้วยค่าครูและบุคลากรทางการศึกษารวมถึงนักเรียนที่แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต อันมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่จะสามารถร่วมมือกันแก้ไขปัญหาหรือทำงานร่วมกันกับโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลต่อไปได้
ดังนั้น โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381 และข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมนักเรียนด้านกีฬาฟุตบอล ระหว่างโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล กับชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล ข้อ 7.2 โดยผ่านความเห็นชอบของพระเทพภาวนาวชิรคุณ ว. (ศิริวัฒน์ สิริวฑฺฒโน) เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา พระมหาขันต์ ชินวโร เจ้าอาวาสวัดพิพิธประสาทสุนทร (วัดลาดขวาง)
นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลลาดขวาง ผู้แทนชุมชน และคณะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล
โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลจึงยกเลิกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมนักเรียนด้านกีฬาฟุตบอล ระหว่างโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล กับชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล ฉบับลงวันที่ 16 เมษายน 2569 (MOU) โดยให้มีผลภายหลังการแข่งขันกีฬา 7HD แชมเปียนคัพ 2026 ของทีมโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นเช่นไรก็ตาม โดยในระหว่างการแข่งขันยังไม่เสร็จสิ้น โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลจะอำนวยความสะดวกให้แก่ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลจนเสร็จสิ้นการแข่งขัน
เมื่อการแข่งขันกีฬา 7HD แชมเปียนคัพ 2026 ของทีมโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลเสร็จสิ้นแล้ว ให้ชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลนำทีมงานพร้อมผู้เกี่ยวข้อง และนำทรัพย์สินของชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล ออกไปจากโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล ภายใน 15 วัน หลังการแข่งขันเสร็จสิ้น และห้ามกระทำการใดให้เป็นที่เสียหายแก่ทรัพย์สิน และความสงบเรียบร้อยภายในโรงเรียน หากมีการฝ่าฝืนโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลมีความจำเป็นจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป
ทั้งนี้ การยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสถานะความเป็นนักเรียนโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลของนักกีฬาชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลจะมีมาตรการเยียวยานักเรียนซึ่งเป็นนักกีฬาของชมรมฯ โดยหากนักเรียนประสงค์ที่จะเรียนที่โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลต่อไป โรงเรียนก็พร้อมที่จะดูแลและให้ความช่วยเหลือในทุกด้าน พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาตามที่ต้องการ และจะประสานกับผู้ปกครองเพื่อหารือแนวทางในการดูแลเด็กนักเรียนต่อไป ส่วนนักเรียนที่ประสงค์จะย้ายโรงเรียนเพื่อติดตามชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูลและคณะผู้ฝึกสอนไป โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลจะอำนวยความสะดวกในเรื่องเอกสาร และเรื่องอื่นตามสมควรอย่างเต็มที่ เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าเรียนยังโรงเรียนปลายทางได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ จะมีการจัดครูที่ปรึกษาและครูแนะแนวเข้ามาดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนเพื่อให้ก้าวข้ามผ่านความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไปให้ได้
อนึ่ง ในการยกเลิกความตกลง (MOU) ดังกล่าว โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลได้ปฏิบัติตามข้อตกลงฯ ข้อ 7.2 ด้วยการแจ้งยกเลิกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังนายฐิติโชติ เปี่ยมถาวรพจน์ ประธานชมรมพุทธิรังสีพิบูลแล้ว
พร้อมกันนี้ โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลได้รายงานข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา) และต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา ให้ทราบแล้ว
