- 12 ต.ค. 2569
ตำรวจภูธรภาค 6 แถลงจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด หลังขับรถเก๋งหลบด่านตรวจในพื้นที่ อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ท.วรวัฒน์ มะลิ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนารักษ์ ปาระมีสา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร พ.ต.อ.ศักดิ์สุธี คำมูล ผู้กำกับการ สภ.วชิรบารมี และนายปริวัชร วัชรวิภา นายอำเภอวชิรบารมี ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 บริเวณหมู่ 13 ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วชิรบารมี ตั้งจุดตรวจสกัดยาเสพติดบริเวณด่านตรวจบ้านนา บนทางหลวงหมายเลข 117 สายพิษณุโลก–นครสวรรค์
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พบรถยนต์เก๋งสีขาวคันหนึ่งขับเข้ามาใกล้ด่านตรวจ แต่เมื่อผู้ขับขี่พบเจ้าหน้าที่กลับไหวตัวทัน ขับรถเข้าไปจอดบริเวณร้านค้าแห่งหนึ่งก่อนถึงด่านตรวจเล็กน้อย เจ้าของร้านสังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติ จึงแจ้งให้ตำรวจเข้าตรวจสอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่สายตรวจเดินทางไปถึง กลุ่มผู้ต้องสงสัยกลับเร่งเครื่องขับรถหลบหนีด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลข 115 สายปลวกสูง–สามง่าม ตำรวจจึงขับรถไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด
ระหว่างหลบหนี ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายพยายามขับรถเข้าสู่เส้นทางกลางทุ่งนา แต่รถเกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ ทั้งคู่จึงทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีข้ามคลองไปซ่อนตัวในป่ากลางทุ่งนา
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ระดมกำลังปิดล้อมและกระจายกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง ก่อนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 ราย ได้แก่ นายพงศกร (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี และนายคมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี
จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 15 กระสอบ รวมกว่า 3 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมว่า ได้รับจ้างลำเลียงยาบ้าจาก จ.ลำปาง ผ่าน จ.สุโขทัย และ จ.กำแพงเพชร เข้าสู่พื้นที่ จ.พิจิตร โดยมีรถนำทางคอยแจ้งพิกัดและเส้นทางเป็นระยะ หากลำเลียงยาเสพติดสำเร็จจะได้รับค่าจ้างคนละ 100,000 บาท
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป รวมถึงข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้ การดำเนินคดีเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้าน พล.ต.ท.วรวัฒน์ มะลิ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กล่าวว่า หลังจับกุมเครือข่ายดังกล่าวได้ จะเร่งขยายผลเพื่อสืบสวนไปถึงเอเยนต์รายใหญ่ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่มีเบาะแสบางส่วนแล้ว และจะเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด
พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 จะประกาศเดินหน้าทำสงครามกับยาเสพติดในทุกระบบ โดยเฉพาะการดำเนินงานตามแนวทาง “ตำบลยั่งยืน” ซึ่งที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องทุกปี
สำหรับปี 2570 จะเน้นทั้งการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดและการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด โดยจะขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัดของตำรวจภูธรภาค 6 ด้วยตนเอง พร้อมประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้นำชุมชน ให้ช่วยกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด
ส่วนคดีจับกุมยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ดในครั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ยืนยันว่าจะติดตามขยายผลไปถึงขบวนการที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป
